
อมตะทุ่มโรงไฟฟ้า5หมื่นล.
วาดแผน7ปีเปิดเพิ่ม10แห่งขึ้นรายใหญ่อันดับ2ของไทย
วาดแผน7ปีเปิดเพิ่ม10แห่งขึ้นรายใหญ่อันดับ2ของไทย
อมตะ บี.กริม ลุยโรงไฟฟ้าเอสพีพีอีก 10 แห่ง รวมลงทุนกว่า 5 หมื่นล้านบาท ภายในปี 2562 ตั้งเป้ามีกำลังผลิตไฟฟ้าใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ
นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ เปิดเผยถึงแผนลงทุนขยายกิจการโรงไฟฟ้ารายเล็ก (เอสพีพี) ในอีก 7 ปี ข้างหน้า หรือปี 2562 ว่า จะลงทุนเพิ่มขึ้นอีก 10 แห่ง จากปัจจุบันที่เปิดดำเนินการแล้ว 3 แห่ง และอยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 3 แห่ง โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุนรวมกว่า 5 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ จะส่งผลให้บริษัทมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 2,000 เมกะวัตต์ ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย เมื่อเทียบในระดับผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กด้วยกัน
สำหรับโรงไฟฟ้า 10 แห่ง ที่จะลงทุนเพิ่มนั้น จะอยู่ในนิคมอุตสาห กรรมอมตะ จ.ระยอง 3 แห่ง โรง ไฟฟ้าในนิคมอมตะนคร จ.ชลบุรี 2 แห่ง โรงไฟฟ้าในนิคมอุตสาหกรรมเหมราช จ.ชลบุรี 1 แห่ง โรงไฟฟ้าในสวนอุตสาหกรรมบางกะดี จ.ปทุมธานี 2 แห่ง และโรงไฟฟ้าใน จ.ราชบุรี 2 แห่ง โดยแต่ละแห่งจะมีกำลังการผลิตเฉลี่ย 120 เมกะวัตต์ ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง
ดังนั้น ในภาพรวมจะทำให้อมตะบี.กริม มีโรงไฟฟ้าทั้งหมด 16 แห่ง ภายในปี 2562 มีกำลังการผลิตรวมประมาณ 2,000 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันมีกำลังการผลิตอยู่ 363 เมกะวัตต์ สามารถผลิตไฟฟ้าเพื่อตอบสนองความต้องการของโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ จำนวนมากกว่า 800 ราย โดยส่วนที่เหลือจะจำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
ขณะเดียวกัน บริษัทยังสนใจที่จะเข้าไปลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน เช่น พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาโครงการ เนื่องจากมีผู้ประกอบการหลายรายสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทนมากขึ้น ทำให้เกิดการแข่งขัน
นางปรียนาถ กล่าวถึงแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) ฉบับใหม่ ที่กำหนดให้มีการเปิดประมูลโครงการผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (ไอพีพี) รอบใหม่ ว่า บริษัทไม่สนใจที่จะเข้าไปร่วมประมูล เนื่องจากให้ความสนใจกับโรงไฟฟ้าขนาดเล็กมากกว่า เพราะให้ผลตอบแทนที่น่าพอใจ
แผนการลงทุนจำนวนมาก ทำให้ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาแผนการเพิ่มทุนของบริษัท เพื่อรองรับการขยายกิจการโรงไฟฟ้าในอนาคตจากปัจจุบันมีทุนจดทะเบียนอยู่ 1,000 ล้านบาท
“ที่ผ่านมาการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าแต่ละแห่งจะใช้แหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินเป็นส่วนใหญ่ที่เหลือเป็นทุนของบริษัทเอง” นางปรียนาถ กล่าว
อย่างไรก็ตาม การพิจารณาแผนการเพิ่มทุนดังกล่าว ได้กำหนดไว้หลายแนวทาง ไม่ว่าจะเป็นการหาพันธมิตรร่วมทุน หรือการนำหุ้นเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนภายในปลายปีนี้หรือประมาณต้นปี 2556







