
นวกิจตรึงค่าเบี้ยรับแข่งขัน
ยอมแบกต้นทุนสินไหมเพิ่มหวังดึงลูกค้าไม่หนีซบคู่แข่ง
ยอมแบกต้นทุนสินไหมเพิ่มหวังดึงลูกค้าไม่หนีซบคู่แข่ง
นวกิจประกันภัย ยอมแบกต้นทุน ไม่ขึ้นเบี้ยประกันภัย รักษาฐานลูกค้า รับการแข่งขันรุนแรง
นายปิติพงศ์ พิศาลบุตร กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท นวกิจประกันภัย เปิดเผยว่า บริษัทยังไม่มีนโยบายปรับขึ้นค่าเบี้ยประกันภัยในขณะนี้ แม้ว่าต้นทุนค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถและค่ารักษาพยาบาลจะปรับเพิ่มขึ้นไปแล้ว แต่บริษัทจะแบกรับภาระไว้ก่อน จนกว่าจะรับไม่ไหวถึงจะปรับค่าเบี้ยขึ้น เพื่อรักษาฐานลูกค้าไว้ให้ได้มากที่สุด
“เราจะตรึงค่าเบี้ยรถชั้น 1 ไว้ให้ได้นานที่สุด เพื่อรับกับการแข่งขันที่รุนแรงอยู่ในขณะนี้ แม้ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ค่าซ่อมรถได้ปรับเพิ่มขึ้นไปพอสมควร ตามค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท และทางอู่ก็เข้ามาเจรจากับเราเพื่อขอปรับค่าซ่อมขึ้นแล้ว ซึ่งเราก็ปรับเพิ่มให้ตามความเป็นจริง รวมถึงค่ารักษาพยาบาลด้วย” นายปิติพงศ์ กล่าว
ทั้งนี้ บริษัทมีสัดส่วนเบี้ยประกันรถยนต์อยู่ถึง 60% โดยเป็นประกันชั้น 1 ถึง 70-80% และมีอัตราความเสียหายต่อเบี้ยประกันอยู่ที่ 65% ส่วนที่เหลืออีก 20-30% จะเป็นประกันชั้น 2 และ 3 ซึ่งมีอัตราความเสียหายต่อเบี้ยประกันอยู่ที่ 40-50% ส่วนรายได้เบี้ยที่เหลืออีก 40% ได้มาจากประกันที่ไม่ใช่รถยนต์หรือนันมอเตอร์
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าทำเบี้ยให้ได้ 2,211 ล้านบาท และมีกำไรประมาณ 145 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2554 ที่มีเบี้ย 2,150 ล้านบาท และขาดทุน 192 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่บริษัทขาดทุน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เป็นหลัก ทำให้ต้องจ่ายค่าสินไหมจากน้ำท่วม 3.9 หมื่นล้านบาท แต่บริษัทต้องจ่ายเงินเองสุทธิ 400-500 ล้านบาท
สำหรับส่วนที่เหลือเป็นหน้าที่ของบริษัทรับประกันภัยต่อต่างชาติรับผิดชอบ ซึ่งขณะนี้ในส่วนของลูกค้ารายย่อยบริษัทจ่ายค่าสินไหมจากน้ำท่วมครบเกือบ 100% ประมาณ 100 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นลูกค้ารายใหญ่ซึ่งคงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากมีเรื่องของความเสียหายที่เกิดจากธุรกิจหยุดชะงักเข้ามาเกี่ยวข้อง
นายปิติพงศ์ กล่าวว่า สำหรับกลยุทธ์ครึ่งปีหลังนี้บริษัทได้เปิดตัวแบบประกันรถยนต์ใหม่ “You are Right คุณไม่ผิด นวกิจซ่อมให้คุณ” กับแผนประกันภัยรถยนต์ประเภท 3 Right ที่เพิ่มความคุ้มครองให้มากกว่าประกันภัยรถยนต์ประเภท 3 โดยขยายความคุ้มครองซ่อมรถยนต์คันที่เอาประกันภัยในกรณีเป็นฝ่ายถูก มีคู่กรณีชัดเจน ด้วยค่าเบี้ยเริ่มต้น 4,100 บาท กับความคุ้มครอง 1 แสนบาท ร่วมถึง “บริการรถทดแทนระหว่างซ่อม” ที่ลูกค้าสามารถซื้อผลประโยชน์เพิ่มเติมกรณีเป็นฝ่ายผิด และประกันภัยรถยนต์ “2 Exclusive รวมน้ำท่วม และ 3 Exclusive รวมน้ำท่วม







