
‘ชัยสิทธิ์’เสี่ยพันล้านทิ้งTFD
ยกขาย
‘สุมาลี อ่องจริต’19%โยกเงินกระจายซื้อหุ้นตัวใหม่โพสต์ทูเดย์
— “ชัยสิทธิ์ วิริยะเมตตากุล” เสี่ยพันล้านถอนตัวจาก TFD ขายหุ้นเฉียด 20% ให้ “สุมาลี อ่องจริต” โยกเงินลงทุนเข้าหุ้นเป้าหมายใหม่นายชัยสิทธิ์ วิริยะเมตตากุล เสี่ยรายใหญ่ เจ้าของพอร์ตลงทุนพันล้านบาท เปิดเผยว่า ได้ขายหุ้นบริษัท ไทยพัฒนาโรงงานอุตสาหกรรม (TFD) รวมทั้งลูกๆ และน้องสาว จำนวน 120 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 18.81% ของทุนเรียกชำระแล้ว ส่งผลให้เหลือหุ้นที่ถือโดย นายพิสุทธิ์ วิริยะเมตตากุล บุตรชาย จำนวน 60.90 ล้านหุ้น หรือ 9.55% เท่านั้น
สาเหตุการขายหุ้นเพื่อลดสัดส่วนจากที่ถืออยู่ 28% และไม่ต้องการจัดทำคำเสนอซื้อหุ้น (เทนเดอร์ออฟเฟอร์) ส่วนหุ้นที่ลูกชายถืออยู่นั้น อนาคตจะขายหรือไม่ ยังไม่ได้ตัดสินใจ
“
ผมและลูกๆ ถือหุ้น TFD มา 7 ปี ซื้อสะสมเก็บมาเรื่อยๆ จนเกินจุดที่ต้องทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์ ผมมี 2 ทางเลือกคือ การทำเทนเดอร์กับการลดสัดส่วนลง ซึ่งหลังขายหุ้นแล้วจะถอนตัวออกจากการเป็นกรรมการใน TFD”สำหรับนางสุมาลี อ่องจริต ผู้ที่ซื้อหุ้นจากกลุ่มนายชัยสิทธิ์นั้น เสี่ยรายใหญ่ ยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้จักกัน
“
ผมจะนำเงินที่ขายหุ้น TFD กระจายลงทุนหุ้นอีกหลายตัว เช่น ซื้อหุ้นบริษัทน้ำมันพืชไทย (TVO) เพิ่ม มองว่าเป็นหุ้นที่มีกำไรดี ราคาไม่สูง” นายชัยสิทธิ์ กล่าวนางสุมาลี กล่าวว่า ไม่ได้เป็นตัวแทนเข้าไปถือหุ้นแทนใคร ซึ่งหุ้น TFD ที่ซื้อมา 120 ล้านบาท เป็นการซื้อส่วนตัว การเข้าไปถือหุ้นครั้งนี้มีแผนจะทำให้เกิดประโยชน์กับ TFD หลังเป็นกรรมการแล้ว
“
ระยะใกล้ยังไม่คิดซื้อเพิ่ม คิดว่า 19% พอแล้ว” ภายหลังการซื้อหุ้นทำให้นางสุมาลีถือหุ้น TFD รวม 122 ล้านหุ้น คิดเป็น 19.13%นางสุมาลี กล่าวอีกว่า การลงทุนของตัวเองเป็นการลงทุนระยะยาว ไม่ใช่การเก็งกำไร และอีกบทบาทหนึ่งของเธอคือ การเป็นตัวแทนของกองทุนต่างประเทศ จึงมักเห็นชื่อเธอเป็นกรรมการในบริษัทจดทะเบียนหลายแห่ง ในฐานะตัวแทนของกรรมการ
ดังนั้น ภายหลังการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น ส่งผลให้กลุ่มนายอภิชัย เตชะอุบล ถือหุ้นใหญ่ 49% กลุ่มนายชัยสิทธิ์ วิริยะเมตตากุล 9.94% และนางสุมาลี อ่องจริต 19.13%
ด้านนายสิทธิชัย วงศ์ถาวรกิจ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ฝาจีบ (CSC) กล่าวว่า บริษัท โตโยไซกัน ไกชา (TSK) ผู้ถือหุ้นใหญ่ CSC ได้ขายหุ้น 13.87 ล้านหุ้น หรือ 26.27% ให้บริษัท เจแปน คราวน์คอร์ค (JCC) ส่งผลให้การถือหุ้นของ TSK เหลือ 10% และ JCC เพิ่มขึ้นเป็น 37.58% โดย TSK ยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 99.99% ใน JCC
ทั้งนี้ TSK ได้ขายหุ้นให้ JCC นอกตลาดหลักทรัพย์ เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2553 จำนวน 13.87 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 16.90 บาท โดยได้รับการผ่อนผันการทำคำเสนอซื้อทั้งหมด







