posttoday
เปิดใจเอ็มดีป้ายแดง ‘พรนิภา’ บตท.ดัน ‘มอร์เกจคัมปะนี’

เปิดใจเอ็มดีป้ายแดง ‘พรนิภา’ บตท.ดัน ‘มอร์เกจคัมปะนี’

08 มิถุนายน 2555

โดย...ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงศ์

โดย...ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงศ์

“พรนิภา หาชัยภูมิ” เอ็มดีหญิง บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย (บตท.) กับภารกิจการพัฒนาตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย สรรหาเงินกู้ซื้อดอกเบี้ยคงที่ระยะยาวพร้อมกับการแปลงสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นตราสาร เพื่อปิดความเสี่ยง ความผันผวนดอกเบี้ย และความเสี่ยงให้กับผู้กู้ซื้อบ้าน และโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลพยายามผลักดันให้เป็นผู้ค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนทั่วไปที่ประกอบอาชีพอิสระและไม่มีสลิปเงินเดือน ให้มีโอกาสกู้เงินซื้อบ้านได้

พรนิภา กล่าวถึงนโยบายของ บตท. ว่า จะพยายามที่จะลดการดำเนินธุรกิจที่ซ้ำซ้อนกับธนาคารพาณิชย์ คือจะเน้นบทบาทของ บตท.ที่ต้องไปเติมเต็มระบบสินเชื่อที่อยู่อาศัยของประเทศไทยให้ครบวงจรมากขึ้น จะเน้นให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยมากขึ้น

ธุรกิจที่ บตท.จะมาเติมเต็มได้ เช่น โปรดักต์สินเชื่อที่อยู่อาศัยที่คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ระยะยาวระบบธนาคารพาณิชย์ยังไม่มี บตท.ต้องมาทำหน้าที่นั้น

ในขณะเดียวกัน จะต้องผลักดันให้เกิด “มอร์เกจคัมปะนี” หรือจัดตั้งให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ปล่อยสินเชื่อเพื่อที่จะซื้อที่อยู่อาศัย โดย บตท.จะรับซื้อสินเชื่อจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งขณะนี้ได้มีการออกแบบระบบไอทีให้มอร์เกจคัมปะนีใช้ระบบของ บตท. ใช้มาตรฐานสัญญา มาตรฐานการวิเคราะห์สินเชื่อตามที่ บตท.ออกแบบ เหมือนกับมอร์เกจคัมปะนีจะทำหน้าที่เหมือนกับสาขาของ บตท.ที่ทำหน้าที่ปล่อยสินเชื่อ และ บตท.จะซื้อสินเชื่อกลับมาทำเป็นตราสารหนี้ขาย

ในขณะเดียวกัน มีความคิดที่จะต้องจัดตั้งบริษัทที่ทำหน้าที่อันเดอร์ไรเตอร์เอง โดยร่วมทุนกับสถาบันการศึกษาหรือกองทุนวิจัยต่างๆ ที่ต้องการพัฒนาตลาดตราสาร แนวทางอาจจะเป็นลักษณะร่วมกันวิจัยก่อน และ บตท.จะนำทีมงานที่ชำนาญด้านการปล่อยสินเชื่อไปเซตระบบ เพราะต้องการมาตรฐานเป็นไปได้อย่างที่ บตท.ต้องการสักระยะหนึ่ง พอได้โมเดล มีกำไรเดินได้ บตท.ก็จะถอนหุ้นออก ซึ่งจะต้องไปหารือกับกระทรวงการคลัง ขอร่วมจัดตั้งบริษัทดังกล่าว เพราะถือว่าเป็นแนวทางในการพัฒนาตลาดรองอย่างหนึ่งด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดเท่านั้น

นอกจากนี้ บตท.ต้องเป็นเครื่องมือรัฐบาลในการช่วยลดภาระหนี้สาธารณะของประเทศ และเป็นแขนขารัฐบาลในการระดมทุน โดยใช้ศักยภาพของ บตท.การแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ เช่น ขณะนี้กำลังหารือกับการเคหะแห่งชาติ ที่มีพอร์ตลูกหนี้สัญญาเช่าซื้อที่อยู่อาศัยประมาณ 1.2 หมื่นล้าน ขายให้ บตท. เพื่อนำเอาสิทธิเช่าซื้อมาค้ำประกันตราสารหนี้ ซึ่งนอกจากเป็นการลดภาระหนี้สาธารณะให้กับภาครัฐ และยังมีส่วนช่วยพัฒนาตลาดทุนด้วย

ในขณะเดียวกัน ได้หารือกับกรมธนารักษ์ ที่มีสัญญาให้เช่าที่ดินหรือสินทรัพย์ของกรมธนารักษ์ ก็สามารถนำมาแปลงเป็นตราสารเพื่อระดมเงินทุนเพื่อพัฒนาเพิ่มศักยภาพพัฒนาสินทรัพย์ของกรมธนารักษ์ แทนที่จะไปกู้เงินจากระบบธนาคารพาณิชย์ ซึ่งจะทำให้เกิดการพัฒนาตลาดทุนด้วย

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า หากเปรียบเทียบต้นทุนทางการเงินระหว่างการกู้ธนาคารพาณิชย์กับให้ บตท.ออกตราสารหนี้นั้น การทำซีเคียวริไทเซชันต้นทุนโดยธรรมชาติจะสูงกว่าอัตราเงินกู้จากธนาคารพาณิชย์ เนื่องจากต้นทุนการเงินยาวจะแพงกว่าต้นทุนการเงินสั้น ดังนั้น บตท.ต้องเซตตัวเองให้เกิดโดยการกินมาร์จินน้อยๆ ถ้ามาร์จินลดลง ในที่สุดราคาดอกเบี้ยก็จะเท่ากับธนาคาร

สมมติว่า ธนาคารรับเงินฝากอัตราดอกเบี้ยออมทรัพย์ 1% แต่ปล่อยสินเชื่อคิดดอกเบี้ย 6-7% มีส่วนต่าง 5-6% ที่ธนาคารเก็บไว้ ส่วนผู้ออมเงินหรือผู้ฝากเงินได้รายได้ 1% ผู้กู้ก็จะต้องจ่ายแพง แต่ถ้า บตท.เข้าไปตรงนั้น อาจจะให้มาร์จินจาก 5% ให้ผู้ออมเงินได้รายได้เยอะขึ้น ส่วนผู้กู้ได้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ถูกลง บตท.ก็ลดมาร์จินตรงกลางให้แคบลง เป็นการสร้างคู่แข่ง อีกช่องทางหนึ่งไม่ต้องพึ่งพิงแหล่งเงินทุนเฉพาะธนาคารเท่านั้น อย่างคนลงทุนก็เปรียบเทียบจากฝากเงินก็มาลงทุนซื้อตราสารเอ็มบีเอส (ตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อบ้านค้ำประกัน) อาจจะได้ดอกเบี้ย 4% และนำเงินปล่อยกู้ 5% บตท.ได้มาร์จิน 1%

นอกจากนี้ บตท.ต้องดำเนินการมอร์เกจอินชัวรันส์ หรือการค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่พยายามจะผลักดันให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระหรือผู้ที่ไม่มีสลิปเงินเดือนสามารถที่จะกู้เงินซื้อที่อยู่อาศัยได้ โดยมีการหารือที่จะให้ บตท.ทำหน้าที่ไปค้ำประกันในส่วนที่ขาด

“ขณะนี้ บตท.ได้ทำหนังสือสอบถามไปที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ยังตีความไม่ได้และให้ไปถามกฤษฎีกา ว่า บตท.สามารถที่จะค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัยได้หรือไม่ คล้ายกับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)” พรนิภา กล่าว

อีกโครงการคือสินเชื่อบ้านที่แปลงเป็นเงินสดกลับคืนให้ผู้สูงอายุ หรือ Reverse Mortgage เนื่องจากแนวโน้มจะมีผู้สูงอายุมากขึ้น และมีคนที่ผ่อนบ้านสะสมเป็นความมั่งคั่งมาตลอดชีวิต พอถึงช่วงวัยเกษียณมีบ้านแต่ไม่มีเงินใช้ เพราะฉะนั้นเอาบ้านมาจำนอง แล้วเอาเงินไปใช้เป็นงวดๆ จนกว่าจะเสียชีวิต ซึ่งเป็นที่นิยมในต่างประเทศ เหมือนกับเอาบ้านมาจำนองแล้วเอาเงินไปใช้ พอเสียชีวิตก็มีมูลค่าบ้านเหลืออยู่ก็มอบให้ทายาทมารับ แต่ถ้าไม่มีทายาท ก็มอบคืนให้รัฐและรัฐก็นำมาบริหารเพื่อเป็นสวัสดิการให้กับผู้สูงอายุ

พรนิภา กล่าวถึงนโยบายของ บตท.ในปีนี้ ว่า เนื่องจากเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งใหม่ คาดว่าจะมีการรับซื้อสินเชื่อประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาท มาจากธนาคารเกียรตินาคิน ประมาณ 500 ล้านบาท และร่วมมือกับกับธนาคารกสิกรไทยอีก 1,850 ล้านบาท รวมทั้งมีแผนที่จะซื้อพอร์ตสินเชื่อที่อยู่ที่ไม่แอ็กทีฟ บริษัท ประกันชีวิต และธนาคารขนาดเล็กอีก 2-3 แห่ง ซึ่งจะต้องรับซื้อลูกหนี้ดีและหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) โดยจะหารือกับบริษัทบริหารสินทรัพย์ (เอเอ็มซี) เข้าเป็นพันธมิตรเพื่อซื้อสินทรัพย์รวมกัน

แม้ว่าปัจจุบัน บตท.ยังไม่สามารถดำเนินธุรกิจเต็มที่ เพราะต้องรอแก้ไขกฎหมายใหม่ แต่จะส่งเรื่องให้กฤษฎีกาตีความได้ก่อนว่าดำเนินการได้หรือไม่ เพื่อลดกระบวนการทำงานให้สั้นลง เพื่อที่จะทำให้ บตท.เดินหน้าและสอดคล้องกับนโยบายของรัฐ เช่น การผลักดันให้ผู้มีรายได้น้อย หรือผู้ที่มีอาชีพอิสระสามารถกู้เงินซื้อบ้านได้ รวมทั้งทำหน้าที่เป็นแหล่งฟันด์ดิงให้รัฐ ช่วยรัฐบาลลดปัญหาหนี้สาธารณะ พร้อมกับผลักดันให้เกิดตลาดรองตราสารหนี้และการเติบโตของตลาดทุน เพื่อให้บรรลุตามที่ตั้งเป้าหมายไว้

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม