
จงกลัวเมื่อคนอื่นกำลังโลภ และจงโลภเมื่อคนอื่นกำลังกลัว...ใช่สิ พูดน่ะมันง่ายกว่าทำเสมอ
โดย...วรวรรณ ธาราภูมิ
โดย...วรวรรณ ธาราภูมิ
Warren Buffet บอกว่า “จงกลัวเมื่อคนอื่นกำลังโลภ และจงโลภเมื่อคนอื่นกำลังกลัว”
แต่ในความเป็นจริง ช่วงที่ตลาดดีมาก จะให้กลัวเมื่อคนอื่นกำลังโลภมันก็ยากชะมัด ใช่ไหมล่ะ เพราะใครๆ ก็ร่าเริง ไล่ซื้อกันอย่างมีความสุข จะไม่ให้เราคันไม้คันมือได้ไงล่ะ ฮึ
แต่ลุงบัฟเฟตต์ สอนว่าความกลัวมันจะช่วยให้เรารอดจากหายนะได้ โดยเฉพาะหากตลาดนั้นขึ้นแรงไป เร็วไป
ในทางตรงกันข้าม ในยามวิกฤตที่ทุกคนกลัวและถอยออกจากตลาด มันก็ยากที่เราจะโลภ เพราะเพื่อนฝูงกำลังกลัวไปหมด แล้วจะให้เราไม่กลัวไปได้อย่างไรล่ะ ในเมื่อมีแต่ผีอีแพงมารายล้อม
ก็นี่ละ หากการลงทุนมันไม่ยากสักหน่อย หรือง่ายไปนิด ทุกคนก็รวยแล้วล่ะ (Charlie Mungers คู่บุญของคุณลุงบัฟเฟตต์)
อย่างไรก็ตาม ถ้าเราทำได้มันอาจจะทำให้เราได้กำไรมหาศาล คล้ายๆ กับที่น้า Jim Rogers บอกว่า อย่าไปนั่งกราบเรือข้างที่มีคนแห่ไปนั่ง
กราบเรือในที่นี้คือ ขอบข้างเรือที่คนชอบนั่ง (ทั้งๆ ที่มีไม้กระดานหรือที่นั่งให้นั่งสบายๆ ก็ไม่ชอบนั่ง)
ก็หากทุกคนแห่ไปนั่งบนกราบเรือด้านซ้าย ไม่มีใครถ่วงด้านขวาเรือก็ล่มไง
นี่ก็คล้ายๆ กับที่คุณลุงบัฟเฟตต์บอกข้างต้น
แล้วท่ามกลางข่าวร้ายรายวันจากฟากฝั่งยุโรปเช่นนี้ล่ะ
จริงอยู่ที่มีคนพูดว่า โศกนาฏกรรมกรีซยูโรกำลังเดินทางมาถึงฉากสุดท้ายแล้ว ไม่ปีนี้ก็ปีหน้า กรีซมีโอกาสสูงมากที่จะผิดนัดชำระหนี้ (Default) แล้วต้องออกไปจากกลุ่มยูโร (Nouriel Rubini)
จริงอยู่ที่มีคนบอกว่า กรีซต้องออกจากยูโรแน่นอนภายในปีนี้หรือปีหน้า ทำให้โลกกระเทือนได้ทั้งหมด ซึ่งมีโอกาสแค่ 100% เอง ที่จะเป็นอย่างนั้น (Marc Faber)
และจริงอยู่ที่ในระหว่างทางก็น่าจะมีเด้งได้เป็นพักๆ เพราะอาจได้ยามาบำบัด เนื่องจากเยอรมนีจะกระเทือนมากที่สุด พอฤทธิ์ยาหมดก็กลับฟุบไปใหม่
บ้านเราน่ะยังโชคดี เพราะมีหลายบริษัทดีๆ ที่มีศักยภาพสูงไปกับการเติบโตของกลุ่มอาเซียน และต่อไป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะเป็นโฟกัสของการลงทุน แทนที่จะมุ่งไปที่เอเชียเฉพาะที่จีนกับอินเดีย และอย่างใกล้ก็แค่อินโดนีเซีย มันจะกลายเป็นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ค่ะ ฟันธง (เลียนแบบหมอลักษณ์)
เพราะวัฏจักร วงจรสัจธรรม เหมือนวงจรชีวิต วงจรสินค้า พุทธศาสนาก็สอนไว้ มีเจริญก็มีเสื่อม มีเสื่อมก็มีเจริญ วนเวียนกันอย่างนี้ กรีซเมืองกำเนิดของประชาธิปไตย เมืองกำเนิดปราชญ์ และปรัชญาที่ยิ่งใหญ่ ก็คล้ายๆ โรมันเอ็มไพร์ ที่จักรวรรดิอันยิ่งยง แต่ไม่เคยมีคำว่าคงกระพัน มันก็คล้ายกับ Season Change
ยุโรปกำลังเข้า Winter Season อันหนาวเหน็บ แห้งแล้งหดหู่ อเมริกา กำลังอยู่ใน Fall Season ที่พยายามย้อนศรกลับไปอยู่ในฤดูกาลที่ผ่านมาแล้ว แต่หนทางข้างหน้าคือ Winter Emerging Market โดยเฉพาะเอเชียบางแห่งก็ Summer บางแห่งก็ Spring
นั่นก็คือ ชีวิตย่อมมีหนทางเดิน ส่วนหนึ่งไม่ดีก็ยังมีส่วนอื่นที่ไปได้
ถ้ารักหุ้นจงเลือกหุ้นไทยที่ดำเนินกิจการเกี่ยวกับการกินอยู่ เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไร คนก็ยังต้องกินต้องใช้ และอย่างน้อยเราก็ยังได้ปันผลสม่ำเสมอในยามราคาตลาดกระเทือนจาก Sentiment โลก ขอให้มีเงินสดเถอะจะได้ไม่ร้องโอดโอยว่า มาพบไม้งามเมื่อยามขวานบิ่น
หุ้นที่ว่านั้น หากยิ่งสามารถเติบโตไปกับความเจริญของอาเซียน โตไปกับจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้น ไปกับการบริโภคที่มากขึ้นเพราะสังคมเมืองจะขยายไปยังชนบทก็ยิ่งดี และจะดียิ่งขึ้นถ้าหุ้นนั้นเป็นของกิจการที่มีผู้บริหารที่มีจริยธรรม ไม่ขี้ฉ้อ ไม่โกงกิน และไม่มีนักการเมือง+ข้าราชการชั้นเลวที่เข้ามาหากับข้าวกิน
หากเรามัวแต่กลัวว่าจะเหมือนกรีซ แล้วเอาแต่กลัวๆๆๆๆ เราก็จงเป็นกรีซซะตั้งแต่วันนี้ อย่างน้อยก็กรีซทางอารมณ์ ช่วงที่ผ่านมานี้เริ่มมีฝรั่งสนใจหุ้นไทยบ้าง แม้จะยังไม่มาก แต่ตอนเริ่มมีใหม่ๆ มันก็ดีสำหรับคนที่เห็นแล้ว เพราะหากมีคนเห็นมากมันก็แพงไปล่ะ จริงไหมคะ
ลุงมาร์ค ฟาเบอร์ บอกว่า “นี่เป็นเพียงการปรับฐานของตลาด และเมื่อความวุ่นวายทางเศรษฐกิจในยุโรปยุติลง เงินร้อนจะไหลกลับเข้าตลาดเกิดใหม่ในเอเชียแทน ซึ่งคล้ายคลึงกับในปี 2551 และหลังจากความวุ่นวายจบลง คุณจะได้เห็นผู้คนหันกลับมายังตลาดเกิดใหม่อีก ทั้งยังมีหลายคนที่ยังไม่จากไปและจะมีคนเข้ามากขึ้น”
อ่านมาถึงตรงนี้แล้วก็ขอให้กลับขึ้นไปอ่านที่คุณลุงบัฟเฟตต์ว่าไว้ข้างบนอีกทีนะคะ สวัสดี







