
แนวโน้มโลกจะอยู่เหนือการเมืองไทยและกำหนดทิศทางของ SET
ขณะที่ความขัดแย้งทางการเมืองของไทยกำลังร้อนระอุมากขึ้น เราก็ยังแนะนำให้ท่านผู้อ่านจับตาดูปัจจัยพื้นฐาน เช่น วิกฤตหนี้ในเขตยูโร และปัจจัยทางเทคนิคของแนวโน้มโลกและของ SET เอง แทนที่จะให้ความสำคัญกับการเมือง โดยคำแนะนำดังกล่าวมี 2 สาเหตุหลัก ซึ่งสาเหตุแรกก็มีแสดงไว้ในรูป
ขณะที่ความขัดแย้งทางการเมืองของไทยกำลังร้อนระอุมากขึ้น เราก็ยังแนะนำให้ท่านผู้อ่านจับตาดูปัจจัยพื้นฐาน เช่น วิกฤตหนี้ในเขตยูโร และปัจจัยทางเทคนิคของแนวโน้มโลกและของ SET เอง แทนที่จะให้ความสำคัญกับการเมือง โดยคำแนะนำดังกล่าวมี 2 สาเหตุหลัก ซึ่งสาเหตุแรกก็มีแสดงไว้ในรูป
ในรูปแสดงถึงช่วงเวลานับตั้งแต่เดือน พ.ค. ปี 2008 ขณะที่มีความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อเหลืองและเสื้อแดง และผ่านนายกรัฐมนตรีมา 4 ท่าน รวมไปถึงช่วงน้ำท่วมในปี 2011 และแม้จะมีการปิดสนามบินสุวรรณภูมิและเผากรุงเทพฯ ทั้งหมดอยู่ภายในรูปเดียวกัน จะเห็นว่า SET ได้ปรับขึ้นลงสอดคล้องกับแนวโน้มหุ้นโลกมากกว่า
สาเหตุที่สองก็คือ ในการลงทุนในหุ้น เราไม่ใช้วิธีโยนเหรียญหรือทอยลูกเต๋า นั่นคือการพนัน ในขณะที่การลงทุนในหุ้นไม่ใช่การพนัน แต่เป็นการคำนวณ ทำไมคุณถึงจะต้องพยายามคาดเดาสถานการณ์ทางการเมืองเพื่อที่จะคาดการณ์ทิศทางของ SET ในเมื่อนั่นคือการพนัน เมื่อดูจากการเปลี่ยนแปลงที่ยุ่งเหยิงในแวดวงการเมืองไทยแล้ว การพยายามเดาการเมืองไทย แทนที่จะใช้ตัวชี้วัดทางปัจจัยพื้นฐานหรือทางเทคนิคก็เป็นการพนันมากกว่า เพราะเป็นการใช้ตัวชี้วัดที่คาดการณ์ไม่ได้ แทนที่จะใช้ตัวชี้วัดที่คาดการณ์ได้
เมื่อดูจาก SET เดี่ยวๆ ตามรูปแบบทางเทคนิคแล้ว สำหรับอาทิตย์นี้และอาทิตย์หน้า ให้ระวังว่า ถ้า SET หลุด 1,100 ลงมา Downside ก็อาจถอยลงไปที่ 1,090 หรือต่ำกว่านั้นที่ 1,057 ส่วนหนึ่งของสาเหตุของความเสี่ยง นั่นก็คือค่าเงินเหรียญสหรัฐที่ปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจาก Sentiment ด้านลบในเขตยูโร และฉุดให้ค่าเงินบาทปรับลดลงด้วย
ในการลุ้นช่วงนี้ค่อนข้าง Hiriskhireturn และหุ้นหลักทั้ง SET50 ธนาคารและพลังงานก็ยังอ่อนกว่าตลาด และสอดคล้องกับที่ตัวชี้วอลุมฝรั่งที่ยังขายต่อได้อีก ก็ระวังถ้า SET50 หลุด 770764 อาจถอยต่อลงไป 748 หรือต่ำกว่านั้น ส่วนในหุ้นเป็นตัวๆ และหมวดอื่นๆ ก็เริ่มเล่นยากและแกว่งแรง แม้แต่หมวดที่แข็งกว่าตลาด ซึ่งเราขอจับตาต่อไปก่อน และจะมี Update ให้ทั้งในนี้ และ/หรือใน Daily Market Timing ถ้ามีหุ้นที่เล่นได้ในช่วงนี้
สำหรับแนวโน้มทองโลกยังเหมือนที่คุยกัน คือ แนวโน้มระยะกลางยาว เริ่มดูเสี่ยงขึ้นที่เขตแนวรับ และถ้าแถวๆ 1,5201,500 ยืนไม่อยู่ อาจแกว่งลงไปทดสอบ 1,470 และ/หรือ 1,320 ขณะที่อาทิตย์นี้มี Cycle Support วันที่ 48 อาทิตย์ซึ่งก็ต้องขอจับตาและ ดูอาการต่อไปก่อน ในการแกว่งนั้น ถ้าทะลุ 1,598 เหรียญสหรัฐ และ 1,610 เหรียญสหรัฐ ได้ก็อาจต่อไปทดสอบ 1,624 เหรียญสหรัฐ และ/หรือ 1,648 เหรียญสหรัฐ สำหรับทองบ้านเรา ระยะสั้นมีด่านที่ 23,890 และ 24,180 ทะลุขึ้นมายืนได้ อาจดูดีขึ้นอย่างน้อยระยะสั้น แนวรับมีที่ 22,890 และ 22,540 สถานการณ์โดยรวมอาจต้องขอดูดัชนีเหรียญสหรัฐที่มีผลกระทบต่อทอง น้ำมัน และหุ้นประกอบด้วย ซึ่งจะมี Update ในนี้ และใน Daily Gold Future Market Timing
ข้อมูลที่ใช้ในบทวิเคราะห์นี้ Update ถึงวันศุกร์ที่ 1 มิ.ย.







