posttoday
แบงก์จุกรายได้ค่าธรรมเนียม

แบงก์จุกรายได้ค่าธรรมเนียม

01 มิถุนายน 2555

รายได้ค่าธรรมเนียมถือเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักสำหรับธนาคารพาณิชย์ไทยที่มีบทบาทเด่นชัดมากขึ้นตามลำดับ

โดย...ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

รายได้ค่าธรรมเนียมถือเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักสำหรับธนาคารพาณิชย์ไทยที่มีบทบาทเด่นชัดมากขึ้นตามลำดับ นับจากวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 เป็นต้นมา ท่ามกลางมุมมองเชิงกลยุทธ์ที่เล็งผลสัมฤทธิ์ด้านการลดการพึ่งพิงและการกระจุกตัวของรายได้ดอกเบี้ยจากการปล่อยสินเชื่อที่อ่อนไหวต่อวัฏจักรเศรษฐกิจมากกว่า และได้รับผลกระทบจากการแข่งขันด้านราคา เพื่อแย่งชิงลูกค้าสินเชื่อที่นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่การเดินหน้านโยบายสนับสนุนการขยายขอบเขตการทำธุรกิจของทางการไทย และพฤติกรรมของลูกค้าหลายกลุ่มที่เริ่มคุ้นเคยและยอมจ่ายค่าธรรมเนียมเพื่อแลกกับผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างจากเดิมในคุณภาพการบริการที่ดีขึ้น ก็มีส่วนส่งเสริมให้การปรับโครงสร้างรายได้มาสู่รายได้ค่าธรรมเนียมไหลลื่นยิ่งขึ้นเช่นกัน ปัจจัยต่างๆ ดังกล่าวล้วนแล้วแต่ทำให้รายได้ค่าธรรมเนียมสามารถคงอัตราการเติบโตในระดับสูงด้วยเลขทศนิยมสองตำแหน่งอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ แม้เหตุมหาอุทกภัยในไตรมาส 4 ของปี 2554 จะส่งผลให้รายได้ค่าธรรมเนียมของระบบธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในไทยเข้าสู่ภาวะหดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 35 ไตรมาส แต่ก็ฟื้นตัวขึ้นอย่างน่าประทับใจในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ อีกทั้งคาดว่าจะสามารถประคองโมเมนตัมการเติบโตได้ในช่วงที่เหลือของปีนี้ ท่ามกลางแรงหนุนจากหลายปัจจัย

แบงก์จุกรายได้ค่าธรรมเนียม

 

สำหรับรายได้ค่าธรรมเนียมไตรมาสแรกปีนี้ ฟื้นตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งจากเหตุอุทกภัยในปลายปีก่อน เพียงไตรมาสเดียวรายได้ค่าธรรมเนียมขยายตัว 11.3% จากปีก่อน จากที่หดตัวลง 1.4% ในไตรมาสสุดท้ายของปีก่อน ตามแรงดึงที่สำคัญจากกลุ่มค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับบัตรเครดิตและค่าธรรมเนียมจากบริการนายหน้าขายประกันผ่านธนาคาร (แบงก์แอสชัวรันซ์) ซึ่งแฝงอยู่ในกลุ่มค่าธรรมเนียมประเภทอื่นๆ สอดคล้องกับการฟื้นตัวของสินเชื่อและธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับบัตรเครดิต หนุนให้บทบาทของรายได้ค่าธรรมเนียมต่อรายได้รวมขยับขึ้นจาก 20.9% ในไตรมาสสุดท้ายปีก่อนมาที่ 23.3% ในไตรมาสแรกปีนี้

เมื่อมองภาพต่อไปถึงไตรมาสที่เหลือของปีนี้นั้น คาดว่าจะเห็นแนวโน้มการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมที่เร่งขึ้นตามแรงผลักจากธุรกรรมทางการเงินที่ทยอยฟื้นตัวขึ้นตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจและแรงดึงจากธนาคารพาณิชย์เอง ดังจะเห็นได้จากการตั้งเป้าหมายรายได้ค่าธรรมเนียมปีนี้ของธนาคารพาณิชย์หลายแห่งเป็นเลขสองหลักที่ค่อนข้างสูงต่อเนื่องจากปีก่อน ภายใต้แรงกดดันพิเศษที่เพิ่มเติมเข้ามาในปีนี้ ได้แก่ การเก็บเงินสมทบเพื่อใช้ในการบริหารจัดการหนี้สินของกองทุนฟื้นฟูฯ อันทำให้ต้นทุนการระดมทุนเพื่อใช้ในการขยายสินเชื่อที่เป็นธุรกิจหลักนั้น เพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิม ซึ่งส่งผลตามมาให้ธนาคารพาณิชย์คงต้องปรับกลยุทธ์โดยเพิ่มบทบาทและการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมที่ไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยดังกล่าว เพื่อให้สามารถรักษาขีดความสามารถทางการแข่งขันได้ในอนาคต นอกเหนือจากนั้นกลยุทธ์การเติบโตค่าธรรมเนียมข้างต้นยังตอบโจทย์ในด้านการบรรเทาผลกระทบจากการแข่งขันด้านราคาของผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่คงทวีความรุนแรงขึ้นอีกในช่วงที่เหลือของปีนี้ รวมถึงถือเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้โดยประหยัดเงินกองทุนกว่าการปล่อยสินเชื่อก่อนการเริ่มทยอยบังคับใช้เกณฑ์ Basel 3 ในปี 2556 ที่อาจกระทบต่อระดับเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์

ทิศทางต่างๆ ดังกล่าว คาดว่าจะนำมาสู่โอกาสการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมของปีนี้ ที่เร่งขึ้นมาอยู่ในกรอบประมาณ 12.5-17.5% จากปีก่อน ซึ่งทำได้ 12%

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ช่วงที่เหลือของปี ค่าธรรมเนียมในกลุ่มบัตรเครดิตคงได้รับปัจจัยบวกที่สำคัญจากธุรกิจบัตรเครดิต ทั้งฝั่งร้านค้ารับบัตรและผู้ถือบัตรเครดิต ซึ่งในส่วนหลังคงมาจาก Interchange Fees มากกว่าค่าธรรมเนียมรายปีที่ธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่เน้นออกแคมเปญการยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีให้กับลูกค้าผู้ถือบัตร ท่ามกลางกิจกรรมการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่คาดว่าจะเห็นตัวเลขระบบที่เติบโตสูงขึ้นไปที่ 14.5-16% ในปีนี้ จาก 13.1% ในปีก่อน ตามราคาสินค้าและพลังงานที่ปรับเพิ่มขึ้น ตลอดจนความเชื่อมั่นในการจับจ่ายใช้สอยและฐานลูกค้าบัตรเครดิตที่ขยายใหญ่ขึ้นจากนโยบายปรับเพิ่มค่าครองชีพข้าราชการของรัฐบาลในช่วงต้นปี

ขณะที่ค่าธรรมเนียมในกลุ่มค่านายหน้าการขายประกันผ่านธนาคารและอื่นๆ ก็คงขยายตัวในอัตราเร่งเช่นกัน โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากบริการขายประกันที่ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งต่างตั้งเป้าหมายขายประกันในเชิงรุกปีนี้ จากแรงส่งของการฟื้นตัวของอำนาจซื้อจากปัญหาน้ำท่วมในปีก่อนและภาวะที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายและอัตราดอกเบี้ยเงินฝากยังค่อนข้างนิ่ง โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าธุรกิจประกันชีวิตในปีนี้จะเติบโตในกรอบ 13-15% เทียบกับ 10.9% ในปีก่อน จึงมีความเป็นไปได้ที่ค่าธรรมเนียมในกลุ่มบัตรเครดิต รวมทั้งค่าธรรมเนียมในกลุ่มการขายประกันผ่านธนาคารและอื่นๆ อาจขยายตัวสูงเหนือ 20% จากปีก่อน ซึ่งสำหรับค่าธรรมเนียมประเภทหลังนั้น ถือเป็นอัตราที่ค่อนข้างเร่งจากปีก่อนที่ขยายตัว 16.2%

ส่วนค่าธรรมเนียมในกลุ่มบริการเงินโอน เรียกเก็บเงิน และเช็ค คงพลิกกลับมาเป็นบวกได้จากผลของฐานต่ำ แม้ว่าในไตรมาสแรกของปีนี้ค่าธรรมเนียมในกลุ่มนี้ยังหดตัว 0.9% จากปีก่อน แต่ก็คาดว่าจะสามารถพลิกกลับมาขยายตัวได้สูงกว่า 8% เมื่อต่อภาพจนครบปี โดยที่คงต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งเป็นผลของการเปรียบเทียบกับฐานที่ต่ำของปีก่อนหดตัว 11.3% ซึ่งได้รับผลกระทบค่อนข้างมากจากธุรกรรมที่หายไปในช่วงน้ำท่วมและเกณฑ์ปรับลดค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการโอนเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในปีก่อน

อย่างไรก็ดี ประเด็นติดตามที่อาจส่งผลกระทบต่อค่าธรรมเนียมในกลุ่มนี้คือ แนวทางของ ธปท.ที่เคยประกาศว่าอาจทบทวนโครงสร้างค่าธรรมเนียมการใช้บริการทางการเงิน ภายใต้แผนแม่บทการชำระเงิน ซึ่งถ้าหากมีการปฏิบัติจริงก็ย่อมจะมีผลกระทบตามมาต่อเป้าหมายค่าธรรมเนียมโดยรวมของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยอย่างยากจะหลีกเลี่ยง เพราะค่าธรรมเนียมในกลุ่มบริการเงินโอนนี้มีสัดส่วนประมาณ 15% ของรายได้ค่าธรรมเนียมทั้งหมด

ส่วนค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศอาจมีแนวโน้มที่ไม่สดใส ตราบใดที่แนวโน้มเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าหลักของไทยยังตั้งอยู่บนความไม่แน่นอนและความเสี่ยงลูกโซ่จากปัญหาวิกฤตหนี้ยุโรปที่ต้องติดตามต่อไป

 

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน