
ความคืบหน้า...มาตรการช่วยเหลือน้ำท่วม
สาระสำคัญ
สาระสำคัญ
กระทรวงการคลัง รายงานว่า เนื่องจากปัญหาอุทกภัยส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชาชนทั่วไป ทั้งภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ และแรงงานทุกภาคส่วน ทั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบ้านเรือน ทรัพย์สิน และเครื่องมือประกอบอาชีพ
จึงเห็นควรแจ้งให้คณะรัฐมนตรีได้รับทราบถึงผลการดำเนินงานตามมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของสถาบันการเงินเฉพาะกิจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
1.ประมาณการผลกระทบต่อสินเชื่อของลูกค้าสถาบันการเงิน
1.1 ผลกระทบต่อสินเชื่อของลูกค้าสถาบันการเงิน
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รวบรวมความเสียหายจากอุทกภัยที่มีผลต่อสินเชื่อของลูกค้าสถาบันการเงินภายใต้การกำกับดูแล ณ เดือน ม.ค. 2555 พบว่าสินเชื่อภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบและได้รับความช่วยเหลือแล้ว จำนวน 20,256 บัญชี คิดเป็น 461,202 ล้านบาท
สินเชื่อภาคครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบและได้รับความช่วยเหลือแล้ว จำนวน 903,889 บัญชี คิดเป็น 165,048 ล้านบาท
รวมสินเชื่อทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบและได้รับความช่วยเหลือแล้ว จำนวน 934,145 บัญชี คิดเป็น 626,250 ล้านบาท
1.2 ผลกระทบต่อสินเชื่อของลูกค้าสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
สถาบันการเงินเฉพาะกิจทั้ง 8 แห่ง ได้ประเมินความเสียหายจากอุทกภัยที่มีผลต่อสินเชื่อของลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ และขอรับความช่วยเหลือด้านการพักชำระหนี้และ/หรือลดดอกเบี้ยแล้ว โดยมีรายละเอียด ดังนี้ (ดูกราฟฟิกประกอบ)
2.ผลการดำเนินงานตามมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยตามมติคณะรัฐมนตรี
คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยปี 2554 เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2554 และวันที่ 25 ต.ค. 2554 รวม 9 โครงการ วงเงินสินเชื่อรวม 2.77 แสนล้านบาท
ปรากฏว่า ณ วันที่ 14 พ.ค. 2555 มีการอนุมัติแล้ว 71,102 ราย วงเงิน 22,589.47 ล้านบาท คิดเป็น 8.16% ของวงเงินสินเชื่อรวม และเบิกจ่ายแล้ว 71,049 ราย วงเงิน 22,564.66 ล้านบาท คิดเป็น 8.15% ของวงเงินสินเชื่อรวม
ส่วนการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยครัวเรือนละ 5,000 บาท ได้มีการจ่ายเงินช่วยเหลือแล้ว 2,498,578 ราย วงเงิน 12,492.89 ล้านบาท
3.สาเหตุที่ผลการดำเนินงานตามมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยยังอยู่ในระดับต่ำ
กระทรวงการคลังได้ประสานกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่เกี่ยวข้องแล้ว สรุปสาเหตุที่ผลการอนุมัติสินเชื่ออยู่ในระดับต่ำ ดังนี้
3.1 สถาบันการเงินส่วนใหญ่มีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอยู่แล้วหลายมาตรการ เช่น การผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้สินเชื่อทั้งการขยายระยะเวลา ลดยอดผ่อนชำระรายเดือน การปรับลดอัตราดอกเบี้ย และการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ซึ่งลูกค้านำรายจ่ายที่ลดลงดังกล่าวรวมถึงนำเงินที่เก็บออมไว้มาใช้จ่ายเพื่อซ่อมแซมความเสียหายเล็กน้อยตามความจำเป็นเท่านั้น
3.2 รัฐบาลมีมาตรการให้เงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยครัวเรือนละ 5,000 บาท ซึ่งช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ประสบอุทกภัยไปส่วนหนึ่งแล้ว
3.3 ธปท.มีมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Lloan) วงเงินรวม 3 แสนล้านบาท ซึ่งมีเงื่อนไขที่ผ่อนปรนกว่ามาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำของธนาคารออมสิน โดย ธปท.จัดสรรเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้กับสถาบันการเงินในอัตราดอกเบี้ย 0.01% ต่อปี ซึ่งเป็นการสมทบเงินระหว่าง ธปท.กับสถาบันการเงินในอัตราร้อยละ 70 : 30 เป็นระยะเวลา 5 ปี และให้สถาบันการเงินคิดอัตราดอกเบี้ยในการกู้ยืมกับลูกค้าไม่เกิน 3% ต่อปี
ในขณะที่โครงการ Soft Loan โดยธนาคารออมสินนั้น ธนาคารออมสินจะนำเงินไปฝากที่สถาบันการเงินในอัตราดอกเบี้ย 0.01% ต่อปี ในอัตรา 50% ของสินเชื่อที่สถาบันการเงินให้ความช่วยเหลือเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยสถาบันการเงินจะต้องคิดอัตราดอกเบี้ยในการกู้ยืมกับลูกค้าไม่เกิน 3% ต่อปี จึงทำให้สถาบันการเงินให้ความสนใจมาตรการของ ธปท. มากกว่าโครงการของธนาคารออมสิน
3.4 ผู้ประสบอุทกภัยส่วนใหญ่ต้องการดูความชัดเจนในการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลก่อน







