
สั่งยกเครื่องแผน3จีทีโอที
ไอซีทีสุดทนทำขาดทุนนับพันล.ชี้ทำงานพลาดยิ่งปล่อยยิ่งเละ
ไอซีทีสุดทนทำขาดทุนนับพันล.ชี้ทำงานพลาดยิ่งปล่อยยิ่งเละ
ไอซีที เตรียมสั่งรื้อแผน 3จี ทีโอทีใหม่ หลังบริหารงานพลาด ทำขาดทุนนับพันล้านบาท
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที เปิดเผยว่า จะเรียกคณะกรรมการ หรือบอร์ด บริษัท ทีโอที เข้าพบในวันที่ 15 พ.ค. เพื่อให้นโยบายเกี่ยวกับแผนการให้บริการ 3จี ใหม่ หลังการดำเนินงานที่ผ่านมาผิดพลาดและล้มเหลว หากปล่อยไว้จะทำให้ทีโอทีประสบปัญหามากกว่านี้ เพราะเป็นโครงการที่ลงทุนสูงถึง 1.6 หมื่นล้านบาท
นอกจากเรื่อง 3จี แล้ว ยังต้องการให้ทีโอทีวางตำแหน่งเป็นผู้ให้บริการโครงข่าย หรือเน็ตเวิร์ก โพรวายเดอร์ เช่นเดียวกับ กสทฯ โทรคมนาคม เพราะโครงข่ายถือเป็นจุดแข็งของทั้งสององค์กร ขณะที่จุดอ่อนคือ ไม่มีความเชี่ยวชาญด้านการทำตลาด
รายงานข่าวจากทีโอที ระบุว่า รายได้จากบริการ 3จี ของทีโอทีไม่เพียงพอกับรายจ่าย โดยรับรู้รายได้เพียง 203 ล้านบาท ทั้งที่ตามแผนคาดการณ์ว่าภายในปีนี้จะสร้างลูกค้าทั่วประเทศได้ 1.9 ล้านเลขหมาย มีรายได้ 1,700 ล้านบาท และคืนทุนได้ใน 6 ปี
รายได้ที่ไม่เป็นไปตามเป้าของ 3จี ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพคล่องทางการเงินของทีโอที เนื่องจากทีโอทีได้นำแผนธุรกิจ 3จี ไปเป็นหลักประกันกู้เงินกลุ่มธนาคารกรุงศรีอยุธยาและธนาคารยูโอบี 14,707 ล้านบาท มีระยะเวลาเบิกจ่าย 20 เดือน แต่เมื่อแผนไม่เป็นไปตามเป้า ทีโอทีต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่าย 2 ทาง คือ ดอกเบี้ยเงินกู้และดอกเบี้ยค่าปรับที่ธนาคารสำรองเงินกู้ไว้ให้
การที่ทีโอทีใช้วิธีให้เอกชนเช่าใช้เพื่อทำการตลาด หรือเอ็มวีเอ็นโอ ถือเป็นรูปแบบที่ผิดมาตั้งแต่ต้น เห็นได้ชัดเจนจากเอ็มวีเอ็นโอ 5 รายในปัจจุบันที่ไม่สามารถสร้างรายได้ แนวทางที่เหมาะสม คือ ทีโอทีควรเจรจากับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค และทรูมูฟ ให้มาเช่าใช้โครงข่าย เพราะในช่วงที่ทีโอทีเริ่มดำเนินการ 3จี การประมูลใบอนุญาต 3จี 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ยังไม่ชัดเจน
ขณะที่ผลประกอบการของทีโอทีเองก็ประสบปัญหาขาดทุนปีละ 1,000 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2540 แต่เนื่องจากรายได้จากสัมปทานและค่าแอ็คเซ็สชาร์จ หรือเอซี รวมกันเกือบ 3 หมื่นล้านบาท ทำให้สถานะของทีโอทีโดยรวมยังคงมีกำไรอยู่ รวมทั้งการที่ทีโอทีชอบจ้างบริษัทภายนอก หรือเอาต์ซอร์ส ให้มาดำเนินงานแทนในทุกธุรกิจ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ของทีโอทีไม่มีความเชี่ยวชาญ







