
สั่งสอบแผนรับมือความเสี่ยง2พันโรงงานเคมีใน30วัน
“พงษ์สวัสดิ์”สั่งอุตฯจังหวัดสอบทานแผนประเมินความเสี่ยงโรงงานเข้าข่าย 2,014 แห่ง ให้เสร็จใน 30 วัน
“พงษ์สวัสดิ์”สั่งอุตฯจังหวัดสอบทานแผนประเมินความเสี่ยงโรงงานเข้าข่าย 2,014 แห่ง ให้เสร็จใน 30 วัน
ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด59แห่ง เรื่องการตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมที่เข้าข่ายต้องจัดทำรายงนวิเคราะห์ความเสี่ยงที่เกิดจากสารเคมีอันตรายว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานอุตสหากรรมจังหวัดไปจัดลำดับโรงงานอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงจากสารเคมีมากไปถึงน้อยจากจำนวน 2,014 แห่ง ซึ่งกระจายอยู่ในแต่ละพื้นที่ พร้อมกับเข้าไปสอบทานแผนประเมินความเสี่ยงที่มีอยู่ได้ปฏิบัติตามถูกต้องหรือไม่ ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันหลังจากนั้นให้นำกลับมารายงานให้ทราบ
ทั้งนี้จะต้องจัดทำแผนฉุกเฉินชุมชนซึ่งจะต้องมีซักซ้อมป้องกันกรณีเกิดเหตุการณ์ภัยร้ายแรงจากโรงงานอุตสาหกรรม จะมีวิธีการปฏิบัติอย่างไรบ้าง เพราะที่ผ่านมาบางพื้นที่มีแผนฉุกเฉินแต่เมื่อเกิดเหตุการณ์จริงกลับไม่สามารถป้องกันภัยได้ ขณะเดียวกันในแผนระยะยาวนายกรัฐมนตรีต้องการให้ตั้งศูนย์ป้องกันภัยพิบัติที่เชื่อมโยงกับแผนฉุกเฉินชุมชน เพื่อจะได้รับทราบเหตุการณ์ทีเกิดขึ้นและกำหนดแผนแก้ปัญหาได้ทัน
“ข้อมูลเบื้องต้นมีโรงานที่เข้าข่ายเสี่ยงจากสารเคมี2,014 แห่ง ใน 59 จังหวัด หลังจากนี้แต่ละจังหวัดต้องไปลำดับอีกความเสี่ยงมากน้อย ก่อนที่จะเข้าไปสอบทานแผนประเมินความเสี่ยงที่ทุกโรงงานจะต้องมีการจัดทำไว้ ถ้าพบว่าโรงงานใดมีความเสี่ยงสูง แต่ไม่เคยมีการแก้ไขในจุดบกพร่อง ก็ต้องอาศัยอำนาจกฏหมายของกรมโรงงานอุตสหากรรมสั่งให้มีการแก้ไข และถ้าไม่ปฏิบัติตามก็ต้องถึงขั้นสังปิด”ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์กล่าว
นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือผู้เสียชีวิต 11 รายโรงงานบีเอสที อิลาสโตเมอร์ส ได้จ่ายเงินเบื้องต้นแก่ครัวเรือนที่เสียชีวิต แล้วรายละ 1 แสนบาท โดยก้อนที่เหลือ กนอ. จะเร่งรัดให้โรงงานจ่ายให้ครบอย่างรวดเร็วที่สุด ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บโรงงานได้จ่ายค่ารักษาพยาบาลและให้เงินค่าทำขวัญรายละ 3,000 บาท ส่วนความเสียหายโรงงานที่ระเบิดเบื้องต้นมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1,500 -1,700 ล้านบาท ซึ่งโรงงานบีเอสทีฯ ได้ทำประกันแบบครบวงจรแล้ว จึงไม่มีปัญหา







