
มาสด้า 2 ซีดานจะขายดีกว่าแฮชท์แบ็ก
มาสด้า 2 ผู้นำในกลุ่มรถยนต์ระดับบี-เซกเมนต์แบบแฮชท์แบ็ก
มาสด้า 2 ผู้นำในกลุ่มรถยนต์ระดับบี-เซกเมนต์แบบแฮชท์แบ็ก
พิสันต์ อิทธิวัฒนกุล
ความสำเร็จของมาสด้า 2 ในประเทศไทย ด้วยการขึ้นไปเป็นผู้นำในกลุ่มรถยนต์ระดับบี-เซกเมนต์แบบแฮชท์แบ็กในเดือนล่าสุด ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่น่าจับตาที่สุดของแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
การเดินทางเพียง 3 เดือนก่อนขึ้นแท่นผู้นำ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการวางกระแสของรถยนต์รุ่นดังกล่าวมีมาอย่างยาวนานและค่อนข้างดี สินค้ามีความโดดเด่นในหลายด้าน และเมื่อลูกค้าได้ทดลองทดสอบแล้วพอ ทำให้ยอดจำหน่ายเป็นไปตามเป้าหมาย
ทั้งนี้ ทำให้เกิดคำถามตามมาว่ามาสด้า 2 ซีดานที่กำลังจะตามออกมาในวันที่ 15 มีนาคมนี้ จะทำตลาดอย่างไรและจะประสบความสำเร็จเหมือนที่รุ่นแฮชท์แบ็กทำได้หรือไม่ เรื่องนี้ สุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) มีคำตอบ
“เรายังมั่นใจว่ายอดจำหน่ายของรุ่นซีดานจะสูงกว่ารุ่นแฮชท์แบ็ก ซึ่งเป็นเรื่องปกติของตลาดรถระดับบี-เซกเมนต์อยู่แล้ว แต่สัดส่วนของแฮชท์แบ็กเมื่อเทียบกับซีดานของมาสด้าจะสูงกว่าสัดส่วนของตลาดรวม เนื่องจากเรามองว่า 2 มีศักยภาพในการแข่งขันและเติบโตที่เท่าเทียมกันทั้ง 2 แบบ”
ทั้งนี้ มาสด้า 2 ซีดานจะเน้นกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างจากแฮชท์แบ็กเล็กน้อย โดยกลุ่มลูกค้าหลักของซีดานจะเป็นกลุ่มที่จ่ายเงินซื้อรถด้วยตัวเอง เคยใช้งานรถยนต์มาแล้ว โดยเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าที่เพิ่งทำงานใหม่ หรือกำลังมีครอบครัวใหม่ ๆ ซึ่งจะแตกต่างจากแฮชท์แบ็กที่มักเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่พ่อแม่เป็นผู้ดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายให้เป็นหลัก
การทำตลาดจะยังใช้พรีเซนเตอร์คู่ใจอย่างเป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ แต่จะมีการปรับภาพลักษณ์ให้ดูหรูหราขึ้นกว่าในยุคของแฮชท์แบ็ก โดยมองว่ามาสด้า 2 ซีดานจะเข้ามาทำตลาดในกลุ่มรถยนต์พรีเมียมของบี-เซกเมนต์ ซึ่งมีกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างจากมาสด้า 2 แฮชท์แบ็กที่เน้นเรื่องรูปแบบและความสปอร์ตเป็นหลัก
“ลูกค้าของรุ่นซีดานจะต้องการความหรูหราของตัวรถเป็นหลัก ตามมาด้วยการออกแบบ จากนั้นถึงเป็นเรื่องของความสปอร์ต ซึ่งยอมรับว่าทำตลาดค่อนข้างยาก เพราะสินค้าของเราต่างจากคู่แข่งที่แยกชื่อรุ่นกันอย่างชัดเจน แต่เราคือมาสด้า 2 ทั้งหมด ซึ่งในช่วงแรกเราทำตลาดแฮชท์แบ็ก จากนี้ไปจะเป็นซีดาน ในอนาคตเรามองว่าเราจะชูความเป็นมาสด้า 2 แล้วให้ลูกค้าเลือกว่าตัวเองเหมาะกับรถแบบใด”
สุรีทิพย์บอกต่อว่า อย่างไรก็ตาม มาสด้าจะยังยืนยันในการใช้ตัวสินค้านำการทำตลาด ด้วยการมุ่งมั่นพัฒนาสินค้าให้ดีที่สุด จากนั้นก็จะเปิดทางให้ลูกค้าเป็นผู้เลือก โดยเชื่อว่าหลังการเปิดตัวไปแล้ว ยอดจำหน่ายของซีดานน่าจะอยู่ในระดับ 1,500-1,700 คัน ขณะที่รุ่นแฮทช์แบ็กน่าจะอยู่ที่ระดับ 1,000-1,500 คันต่อไป
สำหรับราคาจำหน่ายของมาสด้า 2 ซีดานนั้น จะเริ่มที่ 5.35 แสนบาทเท่ากับรุ่นแฮชท์แบ็ก เนื่องจากช่วงที่เปิดตัวแฮชท์แบ็กได้ลดราคารุ่นแฮชท์แบ็กลงมาเท่ากับรุ่นซีดาน ทำให้ไม่สามารถขยับราคารุ่นซีดานลงไปต่ำกว่านี้ได้ ขณะที่ตัวท๊อปจะอยู่ที่ 6.8 แสนบาท ซึ่งต่ำกว่ารุ่นซีดาน 1 หมื่นบาท
ทั้งนี้ สุรีทิพย์มั่นใจว่าในท้ายที่สุดแล้ว กลุ่มลูกค้าของมาสด้า 2 ก็จะเป็นกลุ่มลูกค้าของมาสด้า 2 ที่ชอบความแตกต่าง โดดเด่นกว่ารถยนต์รุ่นอื่น ๆ ในท้องตลาด มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ชอบท้าทายสิ่งต่าง ๆ รอบตัว และต้องการสะท้อนภาพลักษณ์ของตัวเองผ่านสินค้าที่เลิอกใช้ รวมไปถึงการเลือกซื้อรถยนต์สักคัน
จะประสบผลสำเร็จหรือไม่ 15 มีนาคมนี้ เจอตัวจริงเสียงจริงกันอย่างแน่นอน!!!







