
ข้าวยากหมากแพง?
โดย...มันนี่แมน
โดย...มันนี่แมน
คำบางคำฟังแล้วแสลงใจจริงๆ ไม่รู้ว่าคำไหนจะเจ็บปวดกว่ากัน ระหว่างคำว่า ดีแต่พูด กับ แพงทั้งแผ่นดิน
คนที่คิดคำแสบๆ แบบนี้ได้ต้องไม่ธรรมดา คิดเก่ง ประดิษฐ์คำเก่ง เรื่องแบบนี้ล่ะเก่งกันนัก บ้านเรามีเยอะนะครับคนที่คิดคำกระแหนะกระแหนแดกดันทิ่มแทงให้เจ็บแสบ
แต่คนที่คิดดีๆ สร้างสรรค์ คิดอะไรเป็นชิ้นเป็นอันที่จะทำให้ส่วนรวมดีขึ้นนั้น มันช่างหายากเสียเหลือเกิน ถึงเวลานี้คิดว่าชาวบ้านตาดำๆ คงไม่มีใครอยากเอามันกับการเล่นลิ้นเล่นคำที่ไม่ได้ช่วยทำให้ปากท้องของเขาดีขึ้น
ของแพงไม่แพงเถียงกันอยู่ได้ คนที่ออกมาให้ข่าวพูดปาวๆ ก็ไม่มีคนไหนไปจ่ายตลาดเองสักคน แถมยังเป็นคนรวยฐานะดี ไม่ได้เดือดร้อนเหมือนชาวบ้านตาดำๆ
ฉะนั้น จะไปทุกข์ร้อนอะไรถ้าอาหารการกินของใช้ในตลาดสดจะพาเหรดขึ้นราคา
ยิ่งบรรดาข้าราชการในกระทรวงพาณิชย์ออกมานั่งยันนอนยันยิ่งฟังยิ่งสับสน ไม่รู้ว่าวันๆ แต่ละท่านใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในห้องแอร์หรือตลาดสด มีข่าวของแพงทีก็ออกมาพูดที เวลาไปตรวจตลาดแต่ละครั้งก็ลากเอานักข่าวไปเป็นโขยง เหนื่อยเจ้าของตลาดที่ต้องคอยจัดฉากไม่ให้เจ้านายเสียหน้า ข้อมูลที่ได้มาจะเชื่อได้กี่ส่วนลองคิดเอาเอง
ผมว่าเรื่องราคาข้าวของในตลาดจะแพงขึ้นหรือไม่ตรวจสอบง่ายนิดเดียว ท่านรัฐมนตรีทั้งหลายแค่กลับไปสอบถามคนรับใช้ในบ้านตัวเองก็รู้เรื่องแล้ว ไม่ต้องไปถามภริยาแต่ละท่านหรอก เพราะไม่ได้ไปจ่ายตลาดเอง
ไปถามนังแจ๋วของท่านเองนั่นแหละน่าเชื่อถือที่สุด
หรือถ้านักข่าวอยากได้ข้อมูลดีๆ ก็แอบไปสัมภาษณ์คนรับใช้ของบ้านท่านรัฐมนตรีและผู้หลักผู้ใหญ่ในกระทรวงพาณิชย์ดูก็ได้ อันนี้ล่ะน่าจะตรงเป้าตรงตัวที่สุด
อยากแนะนำรัฐบาล เวลานี้อย่าหลงทาง ขืนเอาเวลาไปเถียงกับฝ่ายค้านว่าของแพงหรือไม่แพง ยุคนี้กับยุคก่อนแตกต่างกันอย่างไร อาจเสียรังวัดได้
สถานการณ์จริงคือชาวบ้านมีความเดือดร้อน แม้ไม่แพงทั้งแผ่นดิน แต่ก็มีบางกลุ่มบางหมวดแพงจริง อยากให้รัฐบาลแอ็กชันแสดงบทบาทที่เป็นรูปธรรมในการช่วยเหลือชาวบ้านมากกว่าการไปโต้เถียงเรื่องไม่เป็นเรื่อง
ต้องเรียกสมาคมชมรมผู้ผลิตทั้งหลายทุกหมวดทุกกลุ่มทั่วประเทศมาประชุมหามาตรการตรึงราคาตั้งแต่ต้นทางการผลิต ต้องเจรจากับพ่อค้าคนกลางทุกระดับชั้นอย่างเป็นเรื่องเป็นราว
ต้องรีบกำหนดแนวทางร่วมกันกับเจ้าของตลาดและผู้ค้าปลีกทั้งหลาย อะไรที่เป็นจุดมีปัญหาหรือขั้นตอนไหนที่รัฐบาลจะยื่นมือช่วยเหลือเยียวยาผ่อนปรนได้
ผมเชื่อว่าการพูดจาอย่างเป็นทางการบนโต๊ะประชุมจะได้เนื้อได้หนังมากกว่าการให้กรมการค้าภายในไปตรวจจับปรับขู่เล่นงานใช้มาตรการไม้แข็งลูกเดียวอย่างที่ผ่านมา
หรือแม้กระทั่งการจัดกิจกรรมธงฟ้าที่ถูกสื่อมวลชนกระแหนะกระแหนว่าเป็นสูตรสำเร็จเวลามีปัญหาข้าวของแพง อย่างไรเสียก็ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ช่วยชาวบ้านได้ดีกว่าอย่างอื่น ทำแล้วมีประโยชน์เป็นรูปธรรม เพียงแต่ที่ผ่านมาทำแบบหร็อมเเหร็มทีละจุดสองจุดไม่ทั่วถึง เสียดายที่ปัจจุบันธงฟ้าหายไปกลายเป็นร้านถูกใจมาแทน
ถ้าเป็นไปได้ เอาคอนเซปต์ธงฟ้ากลับมา แล้วใช้ศาลากลางทุกจังหวัดจัดมหกรรมสินค้าลดค่าครองชีพสักครั้ง หรือจะทำทุกเดือนก็ไม่ว่ากัน ระดมเอาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในครัวเรือนมาขายราคาต่ำช่วยชาวบ้าน บวกด้วยเอาสินค้าที่ผลิตตรงจากชาวบ้านในพื้นที่นั้นๆ มาเปิดขายไปในตัว ช่วยเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่ง
ใครจะว่าหาเสียงก็ช่างปะไร ขอให้ชาวบ้านได้ประโยชน์ถือว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาล
ผมอยากเชียร์ให้ทำ ทำทุกจังหวัด ทำให้ใหญ่ ทำให้แรง ทำพร้อมๆ กันทั่วประเทศ กระทรวงพาณิชย์ไม่พร้อม ก็ให้กระทรวงมหาดไทยทำก็ได้ งานนี้เอาผลผลิตจากชาวบ้านมาขายตรงไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ลองดูสิว่าข้าวของจะแพงอยู่ได้เหมือนเดิมหรือไม่
ฝากรัฐบาลพิจารณา ขืนชักช้าจะพลาดท่าเสียคะแนน
ดูอย่างท่านผู้ว่าฯ กทม. เป็นตัวอย่างก็ได้ เสือปืนไวใช่เล่น ท่านเริ่มเข็นมาตรการให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือนร้อนในเขต กทม.แล้ว ตอนนี้เริ่มเอาไข่ไก่หลายแสนฟองมาขายในราคาต่ำกว่าท้องตลาด
เร็วๆ นี้คาดว่าจะมีผักหญ้าตามมาอีกหลายรายการ
งัยล่ะ...เผลอแป๊บเดียวพวกเล่นทำแต้มตุนทันที!







