
คลังลั่นญี่ปุ่นสนขายประกันภัยพิบัติ
หลังพอใจมาตรการแก้น้ำท่วมชื่นชมรัฐตั้งกองทุนช่วยเอกชน
หลังพอใจมาตรการแก้น้ำท่วมชื่นชมรัฐตั้งกองทุนช่วยเอกชน
วิรุฬ ระบุ รัฐบาลญี่ปุ่นพอใจมาตรการป้องกันน้ำท่วมของไทย ยันลงทุนในไทยต่อไป
นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมาได้หารือกับ โชซาบูโร จิมิ รัฐมนตรีการเงินได้และไปรษณีย์ญี่ปุ่น เรื่องการทำประกันภัย โดย โชซาบูโร แจ้งว่าทางญี่ปุ่นสนใจกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ และพร้อมสนับสนุนเทคโนโลยีป้องกันภัยพิบัติ
“ทางญี่ปุ่นชื่นชมในมาตรการแก้ไขปัญหาของไทย รวมถึงบทบาทของรัฐบาลที่มีส่วนสำคัญในการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ และยินดีที่รัฐบาลประเทศไทยได้ขยายวงเงินคุ้มครองของกองทุนฯ จาก 10% เป็น 30% ของวงเงินความคุ้มครอง ทั้งนี้ บริษัทประกันภัยญี่ปุ่นได้แสดงความสนใจที่จะเข้าร่วมในการขายกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติดังกล่าวด้วย” นายวิรุฬ กล่าว
นอกจากนี้ มหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในประเทศไทยส่งผลทำให้บริษัทประกันภัยของญี่ปุ่นจะต้องดำเนินการเพิ่มทุนเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงินของบริษัท จึงขอให้กระทรวงการคลังพิจารณาการเพิ่มทุนดังกล่าวต่อไป “ได้ขอบคุณบริษัทประกันภัยญี่ปุ่นที่มีส่วนร่วมในการให้ความช่วยเหลือแก่บริษัทต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากมหาอุทกภัยที่เกิดขึ้น ซึ่งคนญี่ปุ่นและคนไทยมีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน นับตั้งแต่ในสมัยอดีตที่ผ่านมา ซึ่งทางรัฐมนตรีญี่ปุ่น ยืนยันว่า บริษัทญี่ปุ่นยังคงสนใจที่จะลงทุนในประเทศไทยต่อไป และพอใจกับมาตรการในการป้องกันมหาอุทกภัยในอนาคตของประเทศไทย”นายวิรุฬ กล่าว
ทั้งนี้ ทางญี่ปุ่นเสนอแนะว่าภาครัฐจะต้องมีบทบาทที่สำคัญในการช่วยเหลือบริษัทที่ประสบภัยพิบัติธรรมชาติ เนื่องจากภาคเอกชนไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะรับภาระความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งทางญี่ปุ่นยินดีที่จะให้การสนับสนุนเทคโนโลยีด้านดาวเทียมแก่ประเทศไทยในการติดตามและตรวจสอบภัยพิบัติธรรมชาติ
นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกประกาศถึงความคืบหน้าเรื่องที่ ธปท.ได้จัดสรรวงเงินให้แก่สถาบันการเงินต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยปี 2554 ตามโครงการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยปี 2554 (ซอฟต์โลน) ในวงเงิน 3 แสนล้านบาท เป็นเงินในส่วนของ ธปท. 2.1 แสนล้านบาท ซึ่งสถาบันการเงินสามารถเบิกเงินกู้จาก ธปท. ได้ตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค.27 เม.ย.ปีนี้นั้น ทางสถาบันการเงินมาขอกู้เงินจาก ธปท.ไปบ้างแล้ว แต่ยังไม่เริ่มดำเนินการชัดเจน
ทั้งนี้ จากการประสานงานกับสถาบันการเงิน พบว่า การปล่อยสินเชื่อตามโครงการดังกล่าว สถาบันการเงินต่างๆ ยังต้องมีกระบวนการดำเนินการในด้านต่างๆ ตั้งแต่การพัฒนาระบบงานรองรับการกำหนดวิธีปฏิบัติภายใน เพื่อให้สาขาทั่วประเทศปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน ซึ่งต้องใช้เวลาดำเนินการอีกประมาณ 1-2 เดือน
ปัจจุบันสถาบันการเงินส่วนใหญ่ได้ดำเนินการพัฒนาระบบงานและกำหนดวิธีปฏิบัติภายในเรียบร้อยแล้ว







