posttoday
เจียเม้งฯตรึงราคาข้าวถึงสิ้นปี

เจียเม้งฯตรึงราคาข้าวถึงสิ้นปี

03 พฤษภาคม 2555

ไม่ปรับราคาข้าวถุงหงษ์ทอง วอนรัฐทบทวนนโยบายจำนํา

ไม่ปรับราคาข้าวถุงหงษ์ทอง วอนรัฐทบทวนนโยบายจำนํา

เจียเม้งฯ กัดฟันตรึงราคาข้าวถึงสิ้นปี วอนรัฐทบทวนนโยบายรับจำนำข้าว

นางโสพรรณ มานะธัญญา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจียเม้ง มาร์เก็ตติ้ง ผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวแบรนด์ “หงษ์ทอง” เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทยังไม่มีแผนปรับขึ้นราคาข้าวทุกกลุ่มที่ทำตลาด และจะตรึงราคาจำหน่ายสินค้าข้าวทุกกลุ่มที่ทำตลาดจนถึงสิ้นปีนี้ จากในช่วงก่อนหน้าสมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทยได้ยื่นขอปรับราคาข้าวถุงไปแล้ว แต่กระทรวงพาณิชย์ไม่อนุมัติให้มีการปรับขึ้นราคาสินค้า

ขณะที่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ต้นทุนการผลิตข้าวถุงรอบใหม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยกว่า 10% ทั้งจากค่าจ้างราว 2-3% ค่าขนส่งและกระจายสินค้าราว 2-3% เป็นต้น ทำให้บริษัทต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น พร้อมปรับกลยุทธ์ด้วยการเพิ่มผลผลิตและลดการสูญเสียให้ได้มากที่สุด ซึ่งปีนี้ถือว่าเป็นปีที่ยากลำบากที่สุดในรอบ 30 ปีของอุตสาหกรรมข้าวถุงไทย โดยบริษัทมีกำไรลดลงเหลือไม่ถึง 1% จากเดิมมีกำไรกว่า 1%

สำหรับข้าวถุงของบริษัทแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก คือ ข้าวหอมมะลิขนาด 5 กก. ราคา 200 บาท ข้าวหอมมะลิผสม 150-170 บาทต่อ 5 กก. ข้าวขาว 99-120 บาทต่อ 5 กก. และข้าวเพื่อสุขภาพ 100-120 บาทต่อ 1 กก. ซึ่งในช่วงก่อนหน้าสมาคมเตรียมยื่นขอปรับราคาข้าวหอมมะลิเพิ่มขึ้นอีก 10 บาทต่อ 5 กก. หรือขึ้น 5% เท่านั้น

ทั้งนี้ บริษัทอยากให้รัฐบาลดำเนินการประเมินผลนโยบายการรับจำนำข้าวที่กำหนดราคา 1.5 หมื่นบาทต่อตัน ว่า ส่งผลกระทบต่ออุตสาห กรรมข้าวไทยทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศในด้านใดบ้าง โดยปัจจุบันราคาข้าวหอมจากประเทศเวียดนาม เฉลี่ยอยู่ที่ 600 เหรียญสหรัฐต่อตัน และราคาข้าวขาวอยู่ที่ 430 เหรียญสหรัฐต่อตัน ขณะที่ไทยอยู่ที่ 1,000 เหรียญสหรัฐต่อตัน และ 550 เหรียญสหรัฐต่อตันตามลำดับ

นอกจากนี้ บริษัทจะมุ่งทำตลาดข้าวถุงภายในประเทศมากขึ้น โดยเตรียมงบไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท จัดกิจกรรมการตลาดและส่งเสริมการขายครบวงจรข้าวถุงตราหงษ์ทอง พร้อมปรับภาพลักษณ์แบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบ 3 ปี และมีการปรับบรรจุภัณฑ์ใหม่ เพื่อผลักดันสินค้าข้าวหงษ์ทองใน 4 กลุ่มหลัก คือ ข้าวหอมมะลิตราหงษ์ทอง ข้าวหอมผสมตราหงษ์ทิพย์ ข้าวขาวตราหงษ์ไทย และข้าวสุขภาพตราหงษ์ทองไลฟ์

ทั้งนี้ การปรับภาพลักษณ์ดังกล่าว เพื่อให้สอดคล้องกับการแข่งขันตลาดข้าวถุงที่มีอยู่กว่า 100 แบรนด์ จากผู้ทำตลาดที่อยู่ในตลาดกว่า 100 แบรนด์ โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้าว่าจะมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มจาก 10% หรือ 1,700 ล้านบาท เป็น 20% บริษัทคาดว่าจะมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นจากที่หันมาทำตลาดข้าวถุงภายในประเทศมากขึ้น โดยแต่ละแบรนด์ต่างมีการปรับกลยุทธ์การทำตลาดเช่นกัน จากโอกาสในตลาดข้าวถุงในประเทศ ที่พบว่าคนไทยมีอัตราการบริโภคเฉลี่ย 145กก./คน/ปี หรือมีปริมาณการบริโภคข้าวในประเทศไม่ต่ำกว่า 10 ล้านตันจากปัจจุบันมูลค่าตลาดข้าวถุงในประเทศอยู่ที่ 2หมื่นล้านบาทแบ่งเป็น ข้าวหอม41%, ข้าวขาว 40% ข้าวผสม 10% และข้าวเพื่อสุขภาพและอื่นราว 10% อย่างไรก็ตทั้บริษัทมีส่วนแบ่งตลาดรวมกว่า 10% และจากกลยุทธ์การทำตลาดในปีนี้คาดมีส่วนแบ่งตลาดรวมเพิ่มเป็น20% จากปีก่อนบริษัทมียอดขายในประเทศกว่า1,700 ล้านบาท และครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ในกลุ่มข้าวหอมมะลิที่ 23%

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน