
เพดานค่าโทร.99สตางค์ความหวังดีที่ไม่ลงตัว
ควันหลงจากเวทีระดมความคิดเห็นระหว่างคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์
ควันหลงจากเวทีระดมความคิดเห็นระหว่างคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์
และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กับผู้ประกอบการค่ายมือถือและกลุ่มตัวแทนผู้บริโภคในเรื่องอัตราขั้นสูงของค่าบริการมือถือเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีหลายประเด็นที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะความวุ่นๆ ของตัวบทกฎหมายที่แม้แต่เจ้าของเรื่องอย่าง กสทช.ยังไม่สามารถตอบทุกข้อคำถามของเอกชนได้
สำหรับประกาศ กสทช. เรื่องอัตราขั้นสูงของค่าบริการโทรคมนาคมสำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเสียงภายในประเทศ พ.ศ. 2555 ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา และมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยบังคับใช้กับค่ายมือถือเพียง 2 ค่าย คือ ดีแทคและเอไอเอสเท่านั้น เนื่องจากทั้งสองค่ายนี้เป็นผู้ให้บริการรายใหญ่ของตลาด
ทั้งนี้ สาระสำคัญของประกาศดังกล่าวได้กำหนดค่าโทร.สูงสุดได้ไม่เกิน 99 สตางค์ต่อนาที (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และจะใช้แทนอัตราขั้นสูงชั่วคราวที่เดิมเคยกำหนดอยู่ในอัตรา 3 บาท 8 บาท และ 12 บาท ในเขตรหัสเดียวกัน เขตรหัสติดกัน และเขตรหัสไม่ติดกันตามลำดับ โดยจะเป็นเพดานเดียวกัน ไม่ขึ้นอยู่กับระยะทางอีกต่อไป
หากมองอย่างเป็นกลางแล้ว ต้องยอมรับว่า กสทช.ต้องการคุ้มครองให้ผู้บริโภคเสียค่าบริการโทรศัพท์มือถือถูกลงกว่าเดิม โดยกลุ่มผู้ใช้บริการแบบ Prepaid กว่า 85% มีค่าเฉลี่ยในการใช้บริการนาทีแรก 2 บาท ซึ่งภายใต้อัตราขั้นสูงใหม่ ผู้ให้บริการจะต้องลดอัตราค่าบริการให้ไม่เกิน 99 สตางค์
ส่วนผู้ใช้บริการแบบ Postpaid หากใช้เกินค่าบริการที่เหมาจ่าย ผู้ประกอบการจะคิดค่าบริการส่วนที่เกินเฉลี่ย 1.5 บาทต่อนาที ซึ่งอัตราขั้นสูงใหม่จะส่งผลทำให้ค่าโทร.ไม่เกิน 99 สตางค์ต่อนาที ซึ่ง กสทช.คาดว่าค่าบริการจะถูกลงอย่างน้อย 51 สตางค์ต่อนาที
อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของผู้บริโภคย่อมเห็นด้วยกับประกาศฉบับนี้ แต่ในมุมของผู้ประกอบการมองว่า กฎเหล็ก 99 สตางค์ต่อนาที จะทำให้ผู้บริโภคเสียค่าบริการที่แพงขึ้น โดย กิตตินันท์ พจน์ประสาท ผู้อำนวยการสำนักบริหารระเบียบการประกอบกิจการโทรคมนาคม บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส บอกว่า การกำหนดอัตราขั้นสูงจะทำให้ค่าเฉลี่ยค่าบริการสูงขึ้น เช่น ปัจจุบันโปรโมชันนาทีแรก 2 บาท นาทีต่อไป 50 สตางค์ ถ้าใช้ 10 นาที เท่ากับ 6.5 บาท เฉลี่ย 10 นาที เท่ากับ 60 สตางค์ แต่ถ้าเพดานอยู่ที่ นาทีแรก 99 สตางค์ นาทีต่อไปอาจจะต้องขยับเป็น 80 สตางค์ ถ้าใช้ 10 นาทีเท่าเดิม ค่าบริการจะเพิ่มเป็น 8.19 บาท เฉลี่ย 81 สตางค์ต่อนาที
เอกชนยันค่าโทร.จะแพงขึ้น
กิตตินันท์ ย้ำว่า กสทช.จะมีทางออกให้กับลูกค้าอย่างไร หากลูกค้าโทร.เป็นเวลานานมากกว่าโทร.ช่วงเวลาสั้นๆ ทั้งนี้ กสทช.ควรให้ลูกค้ามีสิทธิเลือกว่าจะใช้แพ็กเกจแบบใด มากกว่าใช้ข้อกฎหมายเข้ามาบังคับ ซึ่งปัจจุบันค่ายมือถือต่างมีโปรโมชันที่หลากหลายเหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกัน
นอกจากนี้ ยังมีมุมมองเรื่องขนาดของผู้ให้บริการที่ กสทช.ระบุว่าในปัจจุบันค่ายเอไอเอสและดีแทคคือผู้ให้บริการรายใหญ่ แต่เมื่อใดที่เปิดให้บริการ 3จี ค่าย ทรูมูฟ เอช จะกลายเป็นผู้ให้บริการรายใหญ่ทันที และเมื่อถึงเวลานั้น ทรูมูฟ ต้องเข้าเกณฑ์ถูกกำหนดค่าบริการที่ 99 สตางค์นี้ด้วยหรือไม่ ซึ่งในขณะนี้ กสทช.ยังไม่ได้ออกกฎระเบียบที่สอดรับกับ 3จี เพราะยังไม่มีการควบคุมค่าดาตา
นอกจากนี้ ยังมีคำถามว่า หากผู้รับใบอนุญาตรายใดประสงค์ที่จะเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการที่เกินกว่าอัตราขั้นสูงตามประกาศนี้ แล้วยื่นคำขออนุญาตเพื่อให้คณะกรรมการพิจารณา หากได้รับการอนุมัติแล้วจะมีผลบังคับใช้กับเฉพาะราย หรือใช้กับทั้งตลาด
อ้อนขอต่ออายุโปรโมชันเดิม
สรายุทธ์ บุญเลิศกุล ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานรัฐกิจสัมพันธ์ ดีแทค กล่าวว่า ประกาศดังกล่าวระบุว่าผู้ประกอบการสามารถใช้โปรโมชันที่เกินกว่านาทีละ 99 สตางค์ ตามสัญญาเดิมที่ทำไว้กับลูกค้าจนกว่าจะหมดสัญญาได้ แต่ต้องไม่เกิน 31 ธ.ค. 2555
ดังนั้น ในวันที่ 1 ม.ค. 2556 ค่าบริการในทุกสัญญาจะต้องไม่เกิน 99 สตางค์ต่อนาที ซึ่งในความเป็นจริงผู้ประกอบการคิดอัตราค่าบริการเป็นรอบบิล เช่น 12 รอบบิล จึงมีสัญญาอีกจำนวนหนึ่งที่จะต้องเกินสิ้นปีนี้ออกไป จะทำอย่างไร จึงอยากให้ กสทช. อนุโลมให้สัญญาเดิมที่เกิดขึ้นแล้วใช้ต่อจนจบ ส่วนแพ็กเกจใหม่ก็เป็นไปตามเพดานใหม่
นอกจากนี้ ชี้เทรนด์โปรโมชั่นเวลาสั้นลง
นอกจากนี้ การที่กสทช.มองว่า ให้ปรับลดค่าบริการลงจากเดิมเลย เช่น นาทีแรก 2 บาท ให้เป็น 99 สตางค์เป็นเรื่องที่ไม่ได้ทำง่ายๆ เพราะแต่ละโปรโมชั่นมีต้นทุน ทั้งการขยายช่องสัญญาณ และค่าการตลาดในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์แพคเกจใหม่ๆ
การเข้ามากำหนดเพดานอัตราค่าบริการ จึงเหมือน กสทช.เข้ามากำหนดนโยบายการทำตลาดของค่ายมือถือ ซึ่งหากเป็นเช่นนี้จะทำให้ผู้ประกอบการขาดความมั่นใจในการทำตลาด จึงมีแนวโน้มว่าโปรโมชันใหม่ๆ จะมีอายุสั้นลง เช่น แค่ 36 รอบบิล ไม่ใช่ 12 รอบบิล เหมือนในอดีต เพราะลดความเสี่ยงจากความผันผวนด้านนโยบาย
หวั่นค่าไอซีแพงทำรายเล็กตาย
ด้าน วีรวัฒน์ เทพสุนทร ผู้จัดการส่วนกฎเกณฑ์การเชื่อมต่อโครงข่าย สังกัดรัฐกิจสัมพันธ์ ทีโอที กล่าวว่า สิ่งที่ต้องคำนึงถึงอีกอย่างคือ ผู้ให้บริการรายเล็กต้องจ่ายค่าเชื่อมต่อ หรือไอซีที่สูงถึง 1.7 บาท แต่ค่าบริการถูกกำหนดที่ 0.99 สตางค์ ซึ่งประเด็นนี้ กสทช.มีทางเลือกให้รายเล็กแล้วหรือไม่ และอัตราค่าโทร.ขั้นสูงนี้จะใช้แทนที่อัตราขั้นต่ำของค่าบริการรายเดือน หรือ Monthly Fee ด้วยหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ กสทช.ยังไม่ชัดเจน
กสทช.พร้อมรับฟังเสียงเอกชน
ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กสทช. ด้านคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวยอมรับว่า ยังมีหลายประเด็นที่จะต้องมีการหารือภายในอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความชัดเจนต่อกันทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น ค่าเชื่อมต่อ ค่ารายเดือนขั้นต่ำ
ความปรารถนาดีของ กสทช.ที่วาดหวังจะให้ผู้บริโภคคนไทยมีค่าใช้บริการมือถือที่ถูกลง จากการคลอดเพดานค่าโทร. 99 สตางค์ แม้จะเริ่มมีผลบังคับใช้แล้ว แต่ดูเหมือนเรื่องที่ กสทช.คิดว่าง่าย จะไม่ง่ายเสียแล้ว หลังเสียงโต้จาก 2 ยักษ์ใหญ่ค่ายมือถือดังจน กสทช.อาจต้องขยับตั้งหลัก







