posttoday
ช.การช่างกำไรมั่นคง6ปี

ช.การช่างกำไรมั่นคง6ปี

25 เมษายน 2555

“ปลิว” ลั่น 5-6 ปีจากนี้ ช.การช่าง จะมีรายได้-กำไรมั่นคงสม่ำเสมอ ไม่ขาดทุนอีก เหตุงานในมือทะลัก-เริ่มเก็บเกี่ยวเงินลงทุน

“ปลิว” ลั่น 5-6 ปีจากนี้ ช.การช่าง จะมีรายได้-กำไรมั่นคงสม่ำเสมอ ไม่ขาดทุนอีก เหตุงานในมือทะลัก-เริ่มเก็บเกี่ยวเงินลงทุน

นายปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธานกรรมการบริหาร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช.การช่าง (CK) เปิดเผยว่า กลยุทธ์สำคัญในการทำธุรกิจของบริษัท คือพยายามสร้างความมั่นคงของรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่องไปอีก 5-6 ปี ซึ่งจะไม่ผันผวนมีทั้งกำไรสลับขาดทุนเหมือนในอดีต เพราะปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (แบ็กล็อก) สูงถึง 1.19 แสนล้านบาท

ช.การช่างกำไรมั่นคง6ปี

ขณะที่ปีนี้ยังมีงานที่อยู่ระหว่างรอเซ็นสัญญาอีก 3 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นโครงการทางด่วนศรีรัช มูลค่า 2.5 หมื่นล้านบาท และโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าในนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน 5,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้จากเงินลงทุนที่ได้ลงทุนไว้ในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งจะช่วยเสริมให้รายได้มีความสม่ำเสมอมากขึ้น และไตรมาส 4 ปีนี้ บริษัทซีเค พาวเวอร์ ก็จะเสนอขายหุ้นให้ประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ได้

ขณะที่การรับงานก่อสร้างจากนี้ไป จะเน้นงานที่ใช้ความชำนาญสูงมีอัตรากำไรขั้นต้นไม่ต่ำกว่า 10% เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำกำไรและลดความผันผวนของผลประกอบการในอนาคต

สำหรับรายได้ในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 1.5-1.6 หมื่นล้านบาท โตขึ้นจากปี 2554 ประมาณ 15-20% และมีอัตรากำไรขั้นต้นไม่ต่ำกว่า 10% แบ่งเป็นรายได้จากในประเทศ 70% และรายได้จากโครงการก่อสร้างฝายน้ำล้นไซยะบุรี ที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 30% หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 4,500 ล้านบาท ส่วนในปี 2556 รายได้ก็จะเพิ่มสูงขึ้นอีก เพราะการรับรู้รายได้จากงานในมือเพิ่มขึ้น

“โครงการไซยะบุรีมีมูลค่ารวม 7.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งในระหว่างการก่อสร้างบริษัทจะได้รับผลตอบแทนคิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นประมาณ 10% แต่หลังจากงานก่อสร้างแล้วเสร็จ บริษัทจะได้สัมปทานอีก 9 ปี ซึ่งคาดว่าจะมีผลตอบแทนอีกประมาณ 12-13% ต่อปี” นายปลิว กล่าว

บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาแผนการลงทุนในประเทศพม่า โดยบริษัทสนใจลงทุนในโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับโครงการทวาย รวมทั้งการเข้ารับงานระบบน้ำ ระบบไฟฟ้า และระบบถนน แต่ต้องพิจารณาการลงทุนอย่างรอบคอบ

นายปลิว กล่าวด้วยว่า คาดว่าภายใน 3 ปี บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ (BMCL) จะสามารถแก้ปัญหาขาดทุนได้อย่างเบ็ดเสร็จ เพราะเชื่อว่าหลังการก่อสร้างส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน การก่อสร้างรถไฟฟ้าสีม่วงและสายสีเขียวแล้วเสร็จ จะทำให้มีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งการขาดทุนในอดีตเป็นผลจากการการประมูลและก่อสร้างรถไฟฟ้าสายต่างๆ ของรัฐบาลล่าช้ากว่าที่ตกลงไว้ 6-7 ปี

ด้านคณะกรรมการบริษัท ไดนาสตี้เซรามิค (DCC) มีมติจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.91 บาท ในไตรมาสแรกปีนี้ที่มีกำไรสุทธิ 372 ล้านบาท หรือ 0.91 บาท เพิ่มขึ้น 2.47%  

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน