posttoday
อย่าห่วงภัยธรรมชาติราคาอสังหาริมทรัพย์ไม่ตกแน่

อย่าห่วงภัยธรรมชาติราคาอสังหาริมทรัพย์ไม่ตกแน่

19 เมษายน 2555

โดย...โสภณ พรโชคชัย

โดย...โสภณ พรโชคชัย

อย่าห่วงไป ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ยังเล็กมากเมื่อเทียบกับที่เคยเกิดขึ้นในอดีต และที่สำคัญภัยธรรมชาติไม่ทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ตกแต่อย่างใด

ช่วงนี้มีภัยธรรมชาติเกิดขึ้นมากทั้งแผ่นดินไหว สึนามิ วาตภัย อุทกภัย แผ่นดินไหวเกาะภูเก็ต แม้แต่หิมะตกที่เมืองตากอากาศซาปาของเวียดนาม บางคนก็หลงเข้าใจผิดว่าตกเป็นครั้งแรกหรือตกหนักที่สุด บางคนเข้าใจว่านี่คือสัญญาณเตือนว่าโลกใกล้แตก มีการโหมกระแสกลัวโลกแตกกันใหญ่ จนบางคนอาจตกเป็นเหยื่อของพวกอวิชชา หรือนักลัทธิอุบาทว์ซึ่งอาจทำลายชีวิตผู้คนไปมากกว่าภัยธรรมชาติก็เป็นได้

ภัยพิบัติข้างต้นได้คร่าชีวิตผู้เป็นที่รัก และก่อให้เกิดการสูญเสียมากมายก็จริง แต่ยังไม่อาจเทียบกับภัยธรรมชาติในอดีต ที่หากเกิดขึ้นในวันนี้บางคนอาจถึงขั้นช็อกตายหรือฆ่าตัวตายไปเลย ยกตัวอย่างเช่นภูเขาไฟกรากะตัว ซึ่งระเบิดเมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2426 หรือ 128 ปีก่อนหน้านี้ ในสมัยรัชกาลที่ 5 พื้นที่ 2 ใน 3 ของเกาะหายไปจากแรงระเบิด เถ้าธุลีลอยสูงขึ้นไปถึง 80 กิโลเมตร (ปกติเครื่องบินบินสูงราว 10 กิโลเมตร) ในรัศมี 240 กิโลเมตร ปกคลุมจนมองไม่เห็นแสงอาทิตย์จนคล้ายยามค่ำคืนเป็นเวลาถึง 3 เดือน

แรงสั่นสะเทือนสามารถตรวจจับได้ถึงอังกฤษ เสียงระเบิดดังกึกก้องมากจนคนในกรุงจาการ์ตาที่อยู่ห่างไป 150 กิโลเมตรยังต้องเอามืออุดหู คนในกรุงเทพมหานครยังนึกว่าเป็นเสียงปืนใหญ่ แม้แต่คนบนเกาะโรดริเกซในหมู่เกาะมอริเชียส ซึ่งตั้งอยู่ห่างไปถึง 4,776 กิโลเมตรก็ได้ยินเช่นกัน ที่สำคัญการระเบิดยังทำให้เกิดคลื่นสึนามิสูง 30 เมตร ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 3.6 หมื่นคน หากเป็นในสมัยปัจจุบันที่มีประชากรหนาแน่น คงสูญเสียชีวิตนับสิบๆ ล้านคน

อย่าห่วงภัยธรรมชาติราคาอสังหาริมทรัพย์ไม่ตกแน่

 

อย่างไรก็ตาม ยังมีเหตุการณ์ที่ร้ายแรงกว่านี้ จนกรากะตัวกลายเป็นเรื่องเล็ก นั่นก็คือการระเบิดของภูเขาไฟแทมโบราซึ่งตั้งอยู่บนเกาะซุมบาวาใกล้เกาะบาหลี เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2358 หรือเมื่อ 196 ปีที่แล้ว ในสมัยรัชกาลที่ 2 ความรุนแรงนั้นเท่ากับการระเบิดของปรมาณู 6 หมื่นลูก หลังระเบิดเหลือสภาพเป็นหลุมกว้าง 6 กิโลเมตร ลึก 1 กิโลเมตรในปัจจุบัน เกิดฝุ่นละอองมากกว่าการระเบิดของภูเขาไฟกรากะตัวถึง 7 เท่า ว่ากันว่าต้นไม้ล้มระเนระนาดคล้ายกับโลกทั้งโลกจะพังทลายลงในพริบตา

พื้นผิวโลกได้รับพลังงานจากแสงอาทิตย์น้อยลงถึง 20 เปอร์เซ็นต์ เพราะชั้นบรรยากาศของโลกเต็มไปด้วยฝุ่นละอองจนอุณหภูมิของโลกลดลงอย่างมาก นักวิทยาศาสตร์เคยพบว่าน้ำแข็งชั้นล่างบนเกาะกรีนแลนด์ในซีกโลกเหนือยังมีฝุ่นละอองจากภูเขาไฟนี้อยู่มากมาย ในทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือไม่มีเวลากลางวันเป็นเวลาหลายสัปดาห์ เพราะถูกฝุ่นละอองภูเขาไฟบดบังแสงอาทิตย์ไว้ และทำให้ไม่มีฤดูร้อนในปีนั้น

ในห้วงเวลาเดียวกันนั้นยังมีเหตุการณ์ภูเขาไฟระเบิดรุนแรงเป็นชุดๆ ทั่วโลก เช่น ภูเขาไฟลาซูฟรีในหมู่เกาะแคริบเบียน และภูเขาไฟอะวูเหนือเกาะสุลาเวสี ในปี 2355 ภูเขาไฟสุวาโนเซจิมา ใกล้หมู่เกาะโอกินาวา ในปี 2356 และภูเขาไฟมายอนในฟิลิปปินส์ ในปี 2357 ลองคิดดูว่าถ้าเกิดในวันนี้ผู้คนคงสิ้นหวัง ฆ่าตัวตายไปมากมายนัก ยิ่งถ้ามีสื่อมวลชนเล่นข่าวเอามันก็คงยิ่งไปกันใหญ่

ในโลกนี้ยังมีการระเบิดของสุดยอดภูเขาไฟ (Super Volcano) เช่น ที่อุทยานแห่งชาติเยลโลสโตนในสหรัฐอเมริกา แต่ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นที่ภูเขาไฟโทบา ทางตอนเหนือของเกาะสุมาตราใกล้กับประ เทศไทย เมื่อประมาณ 7.5 หมื่นปีที่ผ่านมา โดยลาวาพุ่งไปไกลกว่า 3,000 กิโลเมตร ถึงภาคใต้ของอินเดีย อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกลดต่ำลงกว่า 5 องศาเซลเซียส เหตุการณ์นี้ทำให้โลกเข้าสู่ยุคน้ำแข็ง หลังจากการปล่อยเถ้าถ่าน 2,800 ลูกบาศก์กิโลเมตร พื้นที่ของภูเขาไฟโทบาได้กลายเป็นทะเลสาบที่ใหญ่และสวยงามมากที่สุดในเอเชียอาคเนย์ แต่การระเบิดระดับสุดยอดภูเขาไฟนี้ก็ไม่ได้ทำให้มนุษยชาติถึงขนาดสูญพันธุ์ แม้มีความเสี่ยงอยู่

ปรากฏการณ์น้ำท่วมหนักเช่นที่เกิดขึ้น ณ เมืองนิวออร์ลีนส์ จนต้องฟื้นฟูเมืองกันอย่างขนานใหญ่ ก็ไม่ทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ตกแต่อย่างใด ที่ทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ตกก็มีบ้าง แต่ถือเป็นข้อยกเว้น เช่น กรณีภูเขาไฟวิสุเวียสถัดเถ้าถ่านถล่มเมืองปอมเปอี จนทำให้เมืองจมหายไปทั้งเมือง หรือกรณีโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์เชอร์โนบิลระเบิดจนทำให้เมืองพริพะยาต (Pripyat) กลายเป็นเมืองร้างไปเพราะกัมมันตรังสีจนถึงทุกวันนี้ แต่ข้อยกเว้นเหล่านี้ก็ไม่ใช่สรณะ

ดังนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้ยังไม่ใช่สัญญาณล้างโลก หรือจะทำให้โลกแตกอย่างที่เล่าลือเมื่อเทียบกับเหตุการณ์ในอดีต คนเราจึงไม่พึงหวาดกลัวจนเกินไป แต่พึงมีสติ คาดว่าเหตุการณ์มหาประลัยจริงๆ คงไม่เกิดในชีวิตนี้ แต่ถึงแม้เกิดเหตุร้ายจนต้องสิ้นชีวิต เราก็ไม่พึงเสียเวลากลัว เพราะไม่มีใครหนีพ้นความตายดังกล่าว

ความตายเป็นเรื่องธรรมดา สำคัญที่ว่าจะตายอย่างขนนก (เบาหวิวไร้ความหมายเพราะไม่เคยสร้างสรรค์อะไร แถมบางคนยังอาจทำลาย เอาดีใส่ตัว) หรือจะตายหนักแน่นดุจภูเขา เพราะตายมีเกียรติเพื่อประชาชนและประเทศชาติ

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน