
ขายหุ้นแบงก์กรุงไทย5%
ธปท.แย้มถือไม่น้อยกว่าครึ่ง คลังสั่งไม่ให้เป็นรัฐวิสาหกิจ
ธปท.แย้มถือไม่น้อยกว่าครึ่ง คลังสั่งไม่ให้เป็นรัฐวิสาหกิจ
กองทุนฟื้นฟูฯ เล็งขายหุ้น “กรุงไทย” 5% เหลือถือแค่ 50%
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (กองทุนฟื้นฟูฯ) มีนโยบายขายหุ้นของธนาคารกรุงไทยที่ถืออยู่ 55% หรือประมาณ 6,156 ล้านหุ้น ให้เหลือ 50% ซึ่งคาดว่าเมื่อขายหุ้นออกไปจะได้เงินประมาณ 1 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ เงินที่ได้จากการขายหุ้นธนาคารกรุงไทย ธปท.จะนำมาใช้หนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ให้ลดลง เนื่องจากจะมีพันธบัตรที่ครบกำหนดไถ่ถอนก็จะไถ่ถอนโดยไม่ต่ออายุพันธบัตรออกไป และจะทำให้เงินต้นของหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ลดลง
อย่างไรก็ดี จะขายหุ้นเมื่อไรนั้น ทางกองทุนฟื้นฟูฯ จะต้องดูระยะเวลาที่เหมาะสมด้วย เพราะไม่ต้องการให้การขายหุ้นนี้มีผลกระทบต่อราคาหุ้นของธนาคารกรุงไทยที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้หารือกับ ธปท. ให้ลดสัดส่วนการถือหุ้นธนาคารกรุงไทยลดลงต่ำกว่า 50% เพื่อจะไม่ได้เป็นรัฐวิสาหกิจอีกต่อไป ทำให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารงานมากขึ้น
จากการหารือเบื้องต้น เห็นว่าในอนาคตธนาคารกรุงไทยต้องเพิ่มทุนรองรับการสำรองตามมาตรฐานบาเซิล 3 ที่จะเริ่มใช้ในต้นปี 2556 ก็จะให้ทางกองทุนฟื้นฟูฯ ไม่ต้องซื้อหุ้นเพิ่มทุน เพื่อลดสัดส่วนการถือลงมา
หากไม่ซื้อหุ้นเพิ่มทุนแล้ว สัดส่วนการถือหุ้นอย่างเกิน 50% ก็จะให้ขายหุ้นส่วนที่เกินให้กับนักลงทุนที่สนใจต่อไป
อย่างไรก็ตาม การลดการถือหุ้นของธนาคารกรุงไทยเพื่อไม่ให้เป็นรัฐวิสาหกิจ ทางผู้บริหารและพนักงานของธนาคารกรุงไทยไม่เห็นด้วย เพราะกลัวว่าฐานะของธนาคารและความมั่นคงในการทำงานของพนักงานจะไม่มั่นคงเหมือนตอนเป็นรัฐวิสาหกิจ
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า นโยบายการขายหุ้นธนาคารกรุงไทยต้องให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นผู้ตัดสินใจ ซึ่งก่อนหน้านี้นายกิตติรัตน์ ก็มีนโยบายขายหุ้นบริษัท การบินไทย บริษัท ปตท. ให้ต่ำกว่า 50% เพื่อไม่เป็นรัฐวิสาหกิจ เพื่อลดหนี้สาธารณะให้ลดลง
ทั้งนี้ ที่ผ่านมากระทรวงการคลังมีนโยบายให้กองทุนฟื้นฟูฯ ขายหุ้นธนาคารกรุงไทยทั้งหมดมาให้กระทรวงการคลัง เพราะกองทุนฟื้นฟูฯ ต้องปิดลงในปี 2556
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดได้มีการโอนภาระหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ไปให้กองทุนฟื้นฟูฯ ดูแล การปิดกองทุนคาดว่าจะมีการออกกฎหมายขยายเวลาอายุของกองทุนไปจนกว่าใช้หนี้หมด จึงไม่จำเป็นต้องขายหุ้นมาให้กระทรวงการคลังอีกต่อไป
นายประสาร กล่าวว่า การโอนภาระหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ มาไว้ที่ ธปท. จะต้องใช้เวลาการชำระหนี้ประมาณ 24 ปี ซึ่งในช่วงระยะเวลาดังกล่าวเชื่อว่าจะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในประเทศได้อีก ซึ่งผู้บริหารประเทศต้องเตรียมตัวรับมือ
ดังนั้น จากนี้ไปอีก 10 ปี ผู้ที่อยู่ในตำแหน่ง รมว.คลัง และผู้ว่าการ ธปท. ก็ต้องมีความพร้อมและความกล้าในการลดหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ที่มีอยู่ 1.4 ล้านล้านบาท ให้เหลือจำนวนครึ่งหนึ่ง
ธปท. เชื่อว่าหากเศรษฐกิจมีมูลค่ามากขึ้น เติบโตสูง จำนวนหนี้ก็ลดลงไปเรื่อยๆ ซึ่ง ธปท.ก็มีแนวทางลดหนี้จำนวนนี้ลงเป็นลำดับจะลดลงไปเรื่อยๆ
“การยกหนี้ก้อนนี้ให้ ธปท. ทำให้ การดำเนินนโยบายการเงินต้องรอบคอบ ถ้าปล่อยเงินเข้าสู่ระบบเยอะก็จะเกิดเงินเฟ้อ จากนั้นก็ต้องคิดเรื่องขึ้นดอกเบี้ย แล้วก็ต้องคิดเรื่องดูดซับเงินอีก ถ้ากังวลเรื่องกำไรขาดทุน พันธกิจของธปท. ก็จะเสีย” นายประสาร กล่าวกองทุนฟื้นฟูฯ เล็งขายหุ้น “กรุงไทย” 5% เหลือถือไม่ต่ำ 50%
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน(กองทุนฟื้นฟูฯ) มีนโยบายจะขายหุ้นที่ถืออยู่ในธนาคารกรุงไทยเหลือไม่ต่ำกว่า 50% จากปัจจุบันที่ถืออยู่ 55% หรือประมาณ 6,156 ล้านหุ้น ซึ่งจริงแล้วหนี้ของกองทุนฟื้นฟูฯ ก็อยู่ในหุ้นธนาคารกรุงไทย แต่ไม่ใช่ทั้งหมด
นายประสาร กล่าวว่า การโอนหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ มาไว้ที่ธปท. ก็ยังคงอยู่ 24 ปี แต่ในช่วงระยะเวลากว่าจะถึงตรงนั้น เชื่อว่าวิกฤติประเทศจะสามารถเกิดขึ้นได้อีก และสั้นกว่า 20 ปีก็น่าจะเห็น ฉะนั้นหากเกิดวิกฤติการเงินเร็วกว่าสถิติในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ประเทศจะรับปัญหาข้างหน้าได้หรือไม่ ดังนั้นจากนี้ไปอีก 10 ปี ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และผู้ว่าธปท. ก็ต้องมีความพร้อมและความกล้าในการลดหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ที่มีอยู่ 1.4 ล้านล้านบาท ให้เหลือจำนวนครึ่งหนึ่ง เพราะเมื่อถึงขณะนั้นเชื่อว่าระบบธนาคารพาณิชย์ก็จะเติบโต 2 เท่าจากปัจจุบัน รวมทั้งเศรษฐกิจก็จะเติบโต 2 เท่า หนี้ที่เหลือระดับ 56 แสนล้านบาท ก็จะถือว่ามีขนาดเล็กลง การแก้ปัญหาก็ไม่หักโหมจนเกินไป
“การยกหนี้ก้อนนี้ให้ธปท. ก็เหมือนหักกระดูกสันหลังเลย จึงต้องค่อย ๆ ทำ การดำเนินนโยบายการเงิน จะนำเรื่องกำไรขาดทุนมาคิดมากไม่ได้ ถ้าปล่อยเงินเข้าสู่ระบบเยอะก็จะเกิดเงินเฟ้อ จากนั้นก็ต้องคิดเรื่องขึ้นดอกเบี้ย แล้วก็ต้องคิดเรื่องดูดซับเงินอีก ถ้ากังวลเรื่องกำไรขาดทุน พันธกิจของธปท.ก็จะเสีย” นายประสาร กล่าว
นายประสาร กล่าวว่า ปีก่อนการจะลงทุนในตราสารหนี้เป็นเรื่องที่ยาก เพราะสกุลเงินเหรียญสหรัฐไม่ขึ้นดอกเบี้ย ถ้าธปท.ลงทุนแล้วเกิดอะไรขึ้นก็ต้องอธิบาย m







