posttoday
ธ.ก.ส.ปล่อยกู้เกษตรซื้อน้ำสู้ภัยแล้ง

ธ.ก.ส.ปล่อยกู้เกษตรซื้อน้ำสู้ภัยแล้ง

08 มีนาคม 2553

ธ.ก.ส.จัดสินเชื่อระยะสั้น 6 เดือน ไม่เกิน 3 หมื่นบาท ให้เกษตรกรเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนปัญหาภัยแล้ง

ธ.ก.ส.จัดสินเชื่อระยะสั้น 6 เดือน ไม่เกิน 3 หมื่นบาท ให้เกษตรกรเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนปัญหาภัยแล้ง

นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาภัยแล้งในส่วนเกษตรกรที่ปลูกไม้ยืนต้นจำพวกผลไม้ ธนาคารพร้อมจะให้สินเชื่อระยะสั้น 6 เดือน จำนวนไม่เกิน 3 หมื่นบาท อัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน เพื่อนำไปซื้อน้ำรถไม้ผลให้อยู่รอดในช่วงหน้าแล้งนี้ไปได้ สำหรับระยะยาวทางธนาคารจะจัดสินเชื่อพิเศษ เพื่อพัฒนาระบบน้ำในไร่ ซึ่งเบื้องต้นประเมินว่าต้องใช้เงินลงทุนดังกล่าว 1.3 หมื่นบาทต่อไร่

สำหรับของเกษตรที่ปลูกข้าวนาปรัง ทางธนาคารจะช่วยประสานกับทางกรมชลประทาน เพื่อบริหารน้ำให้เกษตรกรได้รับความเดือนร้อนน้อยที่สุด ขณะที่เกษตรภาคอีสานทางธนาคารจะแนะนำให้ปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย จำพวกพืชตระกูลถั่ว

นายลักษณ์ กล่าวว่า เกษตรกรที่ใช้สินเชื่อของ ธ.ก.ส. และประสบปัญหาภัยแล้ง หรือ การระบาดของศัตรูพืช ทางธนาคารจะเข้าไปดูแลด้วยการยืดเวลาชำระหนี้ และลดภาระดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย ซึ่งอยู่ระหว่างการหารือกับกระทรวงการคลังช่วยรับภาระของเกษตรกรในส่วนของดอกเบี้ยในช่วงที่ยืดอายุหนี้ออกไป

นอกจากนี้ในการประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. ที่ผ่านมา นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ประธานกรรมการ ธ.ก.ส. ให้นโยบายธนาคารขยายผลโครงการประกันพืชผลสำหรับภัยแล้ง ที่ปัจจุบันที่เฉพาะข้าวโพด ให้ขยายไปถึงข้าว มันสำปะหลัง และพืชอื่น ให้ครอบคลุมในทุกพื้นที่ของการปลูกพืชต่างๆ เบื้องต้นมีบริษัทประกันวินาศภัยสนใจเข้าร่วมโครงการแล้ว 7-8 บริษัท แต่อยู่ระหว่างพิจารณากำหนดเงื่อนไข เนื่องจากเกษตรกรได้ขอให้เพิ่มทุนประกันต่อไร่ เป็น 1,800-2,000 บาท จากเดิม 800 บาท เพื่อให้ได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้น ทำให้เกษตรกรต้องจ่ายเบี้ยประกันเพิ่มเป็น 200 บาทต่อไร่ จาก 100 บาท ซึ่งในส่วนนี้ได้ขอให้รัฐรับภาระการจ่ายเบี้ยประกันครึ่งหนึ่ง ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 2 เดือน เพื่อให้ทันฤดูกาลเพาะปลูกหน้า

สำหรับ ก่อนหน้านี้ ธ.ก.ส.จัดโครงการประกันภัยพืชผล นำร่องเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ใน 5 จังหวัด มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 750 ราย มีเบี้ยประกัน 1 ล้าน 3 แสนบาท และธ.ก.ส.ได้จ่ายชดเชยความเสียหายไปแล้วประมาณ 8-9 แสนบาท
 
นายลักษณ์ กล่าวว่า การแก้ไขหนี้นอกระบบในส่วนของผู้ที่เป็นหนี้ไม่เกิน 5 หมื่นบาท ประมาณ 1.3 แสนราย ได้ข้อยุติแล้ว 3 หมื่นราย และมีการอนุมัติสินเชื่อเพื่อโอนหนี้เข้ามาอยู่ในระบบจำนวน 8 พันราย เป็นเงิน 385 ล้านบาท ในส่วนที่เหลือที่เป็นหนี้เกิน 5 หมื่นบาท ต้องมีการเจรจาในรูปของคณะกรรมการที่มีนายอำเภอเป็นประธาน ซึ่งจะได้ข้อยุติทั้งหมดเดือน ก.ย. 2553

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน