
"ราชธานีลิสซิ่งติดปีก"ฝ่าพายุปล่อยกู้เช่าซื้อ
การที่ธนาคารธนชาตเข้ามาถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วนถึง 65% ในบริษัท ราชธานีลิสซิ่ง ถือว่าได้ส่งผลดีต่อการทำธุรกิจเช่าซื้อของราชธานีลิสซิ่งเป็นอย่างมาก เพราะไม่เพียงแต่เป็นการเติมเต็มในเรื่องของแหล่งทุนให้กับราชธานีลิสซิ่งเท่านั้น
การที่ธนาคารธนชาตเข้ามาถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วนถึง 65% ในบริษัท ราชธานีลิสซิ่ง ถือว่าได้ส่งผลดีต่อการทำธุรกิจเช่าซื้อของราชธานีลิสซิ่งเป็นอย่างมาก เพราะไม่เพียงแต่เป็นการเติมเต็มในเรื่องของแหล่งทุนให้กับราชธานีลิสซิ่งเท่านั้น
ยังรวมถึงการสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจและมีความพร้อมที่จะกลับมาแข่งขันในธุรกิจเช่าซื้ออย่างเต็มตัวอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้ต้องเผชิญกับภาวะการแข่งขันที่รุนแรง จนส่งผลต่อการขยายตัวของธุรกิจให้ช็อกไปชั่วคราว
แต่วันนี้ ราชธานีลิสซิ่งพร้อมกลับเข้าสู่สนามแข่งขันแล้ว แม้ธนาคารธนชาตจะเป็นผู้เล่นหลักในตลาดเช่าซื้อก็ตาม แต่ก็ได้มีการแบ่งงานกันชัดเจน ไม่มีความซ้ำซ้อนกัน เป็นการแยกกันตี ร่วมกันกินอย่างสมบูรณ์แบบ อันไหนธนาคารธนชาตทำ ราชธานีลิสซิ่งไม่ทำ แต่อันไหนที่ราชธานีลิสซิ่งทำ ธนาคารธนชาตก็ไม่ทำเช่นเดียวกัน
เรื่องนี้ “โกวิท รุ่งวัฒนโสภณ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง กล่าวว่า ราชธานีลิสซิ่งจะเน้นปล่อยกู้ให้กับรถเก่าเป็นหลัก ขณะที่ธนชาตจะเน้นรถป้ายแดงหรือรถเก่าที่มีอายุไม่มากนัก ดังนั้นเรียกได้ว่าอะไรที่ธนชาตไม่ทำ ราชธานีลิสซิ่งขอทำหมด งานจึงไม่ซ้ำซ้อนกันแน่นอน
ทั้งนี้ เราได้ทำแผนธุรกิจ 3 ปีออกมาแล้ว เริ่มตั้งแต่ปี 2555-2557 กำหนดให้ต้องมีอัตราเติบโตได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 30% และเมื่อถึงสิ้นปี 2557 ก็จะมียอดสินเชื่อคงค้างไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท
ส่วนปีนี้ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ให้ได้ 1 หมื่นล้านบาท เน้นปล่อยสินเชื่อรถบรรทุก 70% รถเก๋ง รถกระบะ และรถมอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่หรือบิ๊กไบค์ 30% เพื่อให้สินเชื่อคงค้างปีนี้อยู่ที่ 1.6 หมื่นล้านบาท โดยควบคุมยอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลไว้ไม่ให้เกิน 3% จากปัจจุบันอยู่ที่ 3% ซึ่งไตรมาสแรกที่ผ่านมาเราปล่อยสินเชื่อได้แล้ว 2,500 ล้านบาท
โกวิท กล่าวว่า ในเมื่อเราไม่ได้เป็นบริษัทขนาดใหญ่ ก็ต้องหาช่องทางหรือกลุ่มลูกค้าอื่นที่ยังไม่มีใครเล่นมากนัก อย่างตอนนี้เราก็บุกไปยังตลาดสินเชื่อรถบรรทุก ตลาดรถขนส่ง เพราะเป็นตลาดที่ให้ผลกำไรดีที่สุด และยังไม่มีการแข่งขันรุนแรง โดยตั้งเป้าตามแผน 3 ปี ต้องเป็นเบอร์หนึ่งด้านสินเชื่อรถบรรทุกให้ได้ ซึ่งดูแนวโน้มแล้วก็ไปได้ดี เมื่อผู้ผลิตรถบรรทุกรายใหม่ต่างก็เข้ามาทำตลาดด้วยตัวเองอยู่หลายราย ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อแมน ฮุนได วอลโว่ ทาทา สอดคล้องกับการที่ไทยจะเป็นศูนย์กลางในการขนส่งสินค้าในอาเซียน
นอกจากนี้ ยังได้วางแผนเป็นผู้นำในสินเชื่อบิ๊กไบค์อีกด้วย เพราะเป็นผู้บุกเบิกตลาดมาก่อน และเป็นตลาดที่กำลังเติบโตสูงมาก ช่วง 2 ปีที่ผ่านมาตลาดบิ๊กไบค์ก็เติบโต 100% มาโดยตลอด ตามกระแสนิยมที่ลูกค้าหันมาขี่บิ๊กไบค์กันมากขึ้น สังเกตได้จากผู้ผลิตยี่ห้อดังๆ ได้เข้ามาทำตลาดอย่างเต็มตัวแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อฮาเลย์เดวิดสัน ไทรอัมพ์ ดูคาติ ยามาฮ่า คาวาซากิ ฮอนด้าและซูซูกิ ไม่ได้เป็นรถจดประกอบเหมือนกับอดีตที่ผ่านมา ซึ่งสินเชื่อบิ๊กไบค์นี้เฉลี่ยต่อคันอยู่ที่ 45 แสนบาท อายุผ่อนอยู่ที่ 34 ปี และตลาดกลุ่มนี้จะเริ่มดาวน์กันเริ่มต้นที่ 25% ที่สำคัญตลาดรถประเภทนี้ทำประกันภัยทุกคัน เป็นตลาดที่ให้ผลกำไรดีอีกกลุ่มหนึ่ง คิดดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 415% และหนี้เสียก็น้อยมาก ดังนั้นในปีนี้คาดจะปล่อยสินเชื่อบิ๊กไบค์นี้ได้ประมาณ 8001,000 ล้านบาท จากปัจจุบันอยู่ที่ 400500 ล้านบาท
โกวิท ยังกล่าวอีกว่า เป้าหมายระยะยาวของบริษัทยังต้องการเพิ่มสัดส่วนฐานลูกค้าที่เป็นรายย่อยให้มากขึ้น เนื่องจากผลตอบแทนดอกเบี้ยจากลูกค้ารายย่อยจะดีกว่ารายใหญ่ ซึ่งปัจจุบันลูกค้ารายย่อยมีสัดส่วนอยู่ที่ 60% และรายใหญ่ 40%
ด้านอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อรถป้ายแดงสำหรับลูกค้ารายย่อยเริ่มต้นที่ 45% ขณะที่ลูกค้ารายใหญ่เริ่มต้นที่ 3.53.9% แต่หากเป็นดอกเบี้ยเช่าซื้อรถเก่าลูกค้ารายย่อย ดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 615% ขณะที่ลูกค้ารายใหญ่เริ่มต้นที่ 6%
การได้แหล่งทุนที่แข็งแกร่งเข้ามาเสริมทัพให้กับราชธานีลิสซิ่งจะส่งผลให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปตามแผนที่วางไว้ได้หรือไม่ อีกไม่นานเกินรอก็จะเป็นบทพิสูจน์ให้เห็นว่า ราชธานีลิสซิ่งจะฝ่าฟันพายุที่รุนแรงในการแข่งขันของธุรกิจเช่าซื้อไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่







