
‘โต้ง’รื้อภาษีบุคคลธรรมดา
ลั่นของใหม่ใครรวย-จ่ายมาก เน้นดึงต่างชาติทำงานในไทย
ลั่นของใหม่ใครรวย-จ่ายมาก เน้นดึงต่างชาติทำงานในไทย
“โต้ง” มอบโจทย์สรรพากรปรับโครงสร้างภาษีบุคคลธรรมดาใหม่เน้นกระจายรายได้ คาดอาจไม่ทันใช้ปีภาษี 2555 นี้
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยถึงแนวทางการปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ว่า รัฐบาลมีแนวทางชัดเจนว่าการปรับโครงสร้างภาษีนั้นจะต้องเป็นการกระจายรายได้ คนที่ได้รับเงินเดือนสูงต้องจ่ายภาษีในอัตราที่สูง ส่วนคนที่มีรายได้ต่ำก็ต้องเสียภาษีน้อยลง เรื่องนี้ยังพอมีเวลาศึกษา จึงยังไม่รับปากว่าจะนำมาใช้ทันในปีภาษี 2555 นี้
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า การปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต้องคำนึงถึงการดึงดูดให้ต่างชาติเข้ามาทำงานในไทยด้วย เพราะเห็นว่าต่างชาติที่เก่งๆ นั้น สามารถมาถ่ายทอดการทำงานและความรู้ให้กับคนไทยได้ ดังนั้นไม่ควรจะไปกีดกันไม่ให้คนเก่งๆ เหล่านี้เข้ามาทำงานในไทย
สำหรับกรณีที่กรมสรรพากรเสนอขั้นบันไดการจัดเก็บภาษีใหม่เป็น 5, 10, 15, 20, 25, 30, 35% จากขณะนี้ใช้อยู่ 10-37% ขณะที่นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง เสนอให้เก็บอัตราภาษีสูงสุดที่ 40% นั้น เพื่อป้องกันการกล่าวหาว่ารัฐบาลช่วยแต่คนรวยนั้น นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ไม่อยากให้พูดถึงอัตราภาษีว่าจะเป็นเท่าใด หากยังไม่มีความชัดเจน
“สิ่งสำคัญคือระบบภาษีต้องเอื้อให้เกิดการกระจายรายได้ และอัตราภาษีที่จะประกาศใช้ออกมานั้นคงต้องศึกษาและเปรียบเทียบกับอัตราภาษีของประเทศเพื่อนบ้านด้วยว่าแต่ละประเทศมีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นเท่าใด” รมว.คลัง กล่าว
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลของไทยนั้นมีระดับสูงกว่าเพื่อนบ้าน รัฐบาลได้ปรับลดภาษีจาก 30% เหลือ 23% ในปีนี้ และในปีหน้าจะเหลือ 20% เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ และเพื่อเป็นการดึงดูดการลงทุน ซึ่งหลายคนบอกว่าต้องลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาลง เพราะไม่เช่นนั้นจะไปเหลื่อมล้ำกับภาษีนิติบุคคลที่ลดลงนั้น จึงไม่อยากให้ไปคิดอย่างนั้น และมองว่าไม่เกี่ยวกันเลย เพราะเป็นภาษีคนละตัวกัน
สำหรับกรณีที่มีการหลบเลี่ยงภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยไปจัดตั้งเป็นคณะบุคคลแทนนั้น ตรงนี้ควรจะมีการปิดตายและควรเลิกได้แล้ว เพื่อปิดช่องของการหลีกเลี่ยงภาษี
นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ในการยกเลิกภาษีแบบคณะบุคคลนั้น จะต้องมีการแก้กฎหมายผ่านสภา คงจะดำเนินการหลังจากที่มีการเสนอเรื่องการแยกเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาระหว่างสามีและภรรยา ที่คาดว่าจะนำเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ภายในเดือน เม.ย.นี้ หาก ครม.เห็นชอบต้องนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภา สำหรับกรณีอัตราภาษีสูงสุดนั้น ทางกรมสรรพากร จะนำเสนอแนวทางการเก็บภาษีไปให้นายทนุศักดิ์ พิจารณาอีกครั้ง โดยจะนำเสนอหลายๆ แนวทางเปรียบเทียบกันให้เห็นว่าแต่ละแนวทางนั้นมีข้อดีหรือข้อเสียอย่างไร และแต่ละแนวทางจะช่วยส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างไรบ้าง ฃ







