
เคเคจ่อลุยหุ้นตลาดเกิดใหม่
รับเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวต่อเนื่องปีนี้ฟิลลิปแนะช่วงสั้นระวังหุ้นเสี่ยงสูง
รับเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวต่อเนื่องปีนี้ฟิลลิปแนะช่วงสั้นระวังหุ้นเสี่ยงสูง
บลจ.เกียรตินาคิน เตรียมส่งกองทุนทาร์เก็ตฟันด์ลุยหุ้นตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก รับเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว
นายศุภกร สุนทรกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เกียรตินาคิน (เคเคฟันด์) เปิดเผยว่า บริษัทมองเศรษฐกิจโลกปีนี้จะฟื้นตัวในระดับที่ค่อนข้างดีอย่างต่อเนื่อง โดยทางยุโรปและสหรัฐเริ่มมีเสถียรภาพ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มลดลง ธนาคารกลางสามารถใส่นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากขึ้น เป็นสัญญาณเชิงบวกของตลาดที่จะปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะประเทศมหาอำนาจของตลาดเกิดใหม่ เช่น จีน รัสเซีย และบราซิล จะเติบโตได้เร็วมากกว่าประเทศในยุโรปและอเมริกา
“จากมุมมองดังกล่าวทำให้ช่วงต้นเดือน เม.ย.นี้ บริษัทจะออกกองทุนเปิด เคเค โกลบอล อีเมอร์จิ้ง ทริกเกอร์ 7% #1 ซึ่งเป็นกองทุนทาร์เก็ตฟันด์ ลงทุนในหุ้นตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก ตั้งเป้าผลตอบแทน 7% และปิดโครงการให้เร็วที่สุด” นายศุภกร กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทสามารถบริหารกองทุนเปิด เคเค ยูเอส ทาร์เก็ต 7% #1 ซึ่งเป็นกองทุนทาร์เก็ตฟันด์เข้าเป้าหมายกำไร 7% โดยใช้เวลาเพียง 4 เดือน จากกำหนดไว้ 7 เดือน เป็นไปตามเงื่อนไข สามารถปิดกองทุนก่อนครบกำหนดอายุโครงการหากสร้างผลตอบแทน 7% หรือมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) มีมูลค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 10.85 บาท
นายสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์หลักทรัพย์กองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัจจัยต่างๆ เริ่มไม่แน่นอนจากเศรษฐกิจยุโรปและจีนชะลอตัว แม้เศรษฐกิจสหรัฐยังมีแนวโน้มที่ดี ทำให้ระยะสั้นราคาสินทรัพย์เสี่ยงทรงตัว รอปัจจัยใหม่เข้ามาชี้นำทิศทางที่ชัดเจน
“การลงทุนระยะสั้นต้องระมัดระวังเพิ่ม ความไม่แน่นอนมีสูงขึ้น หากมีปัจจัยลบที่สร้างความตื่นตระหนกให้นักลงทุนได้ก็น่าจะเห็นราคาสินทรัพย์เสี่ยงกลับทิศได้ไม่ยาก ขณะที่วันหยุดยาวใกล้เข้ามา ทำให้ความเสี่ยงในการลงทุนระยะสั้นเพิ่มขึ้น หากเลี่ยงได้จะดีกว่า” นายสานุพงศ์ กล่าว
สำหรับราคาทองคำที่ปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมา เชื่อว่าเป็นจังหวะที่ดีในการเข้าสะสมสำหรับนักลงทุนที่ยังไม่ได้ลงทุนในกองทุนทองคำเลย แม้ว่าระยะสั้นราคาทองคำอาจมีความผันผวน เนื่องจากปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำไม่ชัดเจน ทั้งเรื่องของมาตรการเชิงปริมาณรอบที่สาม (QE3) และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ และวิกฤตหนี้ยุโรปที่ผ่อนคลายลงไป แต่ระยะยาวเชื่อว่าราคาทองยังมีแนวโน้มเป็นขาขึ้น
นายสานุพงศ์ กล่าวว่า ในส่วนของราคาน้ำมัน เชื่อว่าแนวโน้มยังทรงตัวในระดับเกิน 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลได้จากปัญหาความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและชาติตะวันตก
ทั้งนี้คาดว่าราคาน้ำมันมีแนวโน้มทรงตัวสูงเนื่องจากอิหร่านจะเล่นเกมกดดันอย่างต่อเนื่อง







