posttoday
ชงครม.เคาะแพ็คเก็จช่วยSMEเจอพิษขึ้นค่าแรง

ชงครม.เคาะแพ็คเก็จช่วยSMEเจอพิษขึ้นค่าแรง

02 เมษายน 2555

3หน่วยงานเสนอมาตรการช่วยเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบค่าแรง 300 บาท เข้าครม.เร็วๆนี้ ให้นำส่วนต่างค่าจ้างเก่า-ใหม่หักภาษีได้ 1.5 เท่า

3หน่วยงานเสนอมาตรการช่วยเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบค่าแรง 300 บาท เข้าครม.เร็วๆนี้ ให้นำส่วนต่างค่าจ้างเก่า-ใหม่หักภาษีได้ 1.5 เท่า

นพ.สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กระทรวงแรงงาน ร่วมกับกระทรวงการคลังและกระทรวงอุตสาหกรรม ได้สรุปมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ประกอบด้วย 1.ให้ธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) จัดสินเชื่อเพื่อการพัฒนาผลิตภาพแก่เอสเอ็มอี วงเงินกู้ 2 หมื่นล้านบาท 

2.เสนอยกเว้นภาษีเงินได้จากการขายเครื่องจักรเก่าเพื่อการซื้อเครื่องจักรใหม่ มาตรการหักค่าเสื่อมเครื่องจักรโดยให้สามารถหักค่าเสื่อมราคาของเครื่องจักรใหม่ได้ 100% ในปีแรก แทนการทยอยหักค่าเสื่อมภายใน 5 ปี  และ 3.ให้ธุรกิจเอสเอ็มอีทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ซึ่งมีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท รายได้ไม่เกินปีละ 30 ล้านบาท สามารถนำส่วนต่างของอัตราค่าจ้างเดิม และค่าจ้างใหม่ ไปหักลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า ซึ่งมาตรการทั้งหมดจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในเร็วๆนี้

ชงครม.เคาะแพ็คเก็จช่วยSMEเจอพิษขึ้นค่าแรง ภาพประกอบข่าวจากแฟ้มภาพ

นพ.สมเกียรติ กล่าวว่า ในส่วนมาตรการช่วยเหลือของกระทรวงแรงงาน ประกอบด้วย การให้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ปล่อยกู้เสริมสภาพคล่อง ในอัตราดอกเบี้ย 3% คงที่ 3 ปี การลดเงินสมทบประกันสังคมเหลือ 3% ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ และ 4% สำหรับครึ่งปีหลัง ผู้ประกอบการสามารถนำค่าใช้จ่ายในการพัฒนาฝีมือแรงงานไปหักภาษีได้ 2 เท่า รวมทั้งมีกองทุนให้กู้เพื่อการพัฒนาฝีมือแรงงาน ในอัตราดอกเบี้ย 0.1% เป็นเวลา 4 ปี

นพ.สมเกียรติ กล่าวว่า ธุรกิจเอสเอ็มอีมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ เพราะมีผู้ประกอบการกว่า 2.9 ล้านราย แบ่งเป็นภาคผลิต 5.4 แสนราย ภาคการค้า 1.3 ล้านราย และภาคบริการ 9.8 แสนราย ทำให้เกิดการจ้างงาน 10.5 ล้านคน รวมทั้งสร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศกว่า 3.75 ล้านล้านบาท ฉะนั้นรัฐบาลต้องเข้ามาดูแลให้ดี หากปล่อยให้ธุรกิจเหล่านี้ได้รับผลกระทบจนล้มหายตายจาก จะไม่เป็นผลดีกับประเทศ

"การปรับค่าจ้างครั้งนี้เป็นการปรับครั้งใหญ่ ทำให้ต้นทุนของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสูงขึ้นเฉลี่ย 16.2% แต่บางธุรกิจจะเพิ่มมากกว่าค่าเฉลี่ย เช่น สิ่งทอต้นทุนจะสูงขึ้นไปถึง 20% ดังนั้นผู้ประกอบการต้องปรับตัวเพิ่มประสิทธิภาพให้มากขึ้น ที่ผ่านมากระทรวงแรงงานเคยร่วมกับมูลนิธิพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม ทดลองปรับปรุงประสิทธิภาพโรงงานสิ่งทอ 20 แห่ง สามารถเพิ่มผลผลิตได้ 27% และต้นทุนต่อหน่วยลดลง 30% สะท้อนให้เห็นว่าถ้าผู้ประกอบการมีการปรับตัว รายได้ก็จะสูงขึ้น ฉะนั้นถ้าผู้ประกอบการสิ่งทอต้องการขอรับคำแนะนำหรือการสนับสนุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน สามารถติดต่อที่กระทรวงแรงงานได้ตลอดเวลา"นพ.สมเกียรติ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้ประกอบการที่มีแนวคิดจะย้ายฐานการผลิตไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้านที่มีค่าแรงต่ำกว่า ขอให้พิจารณาให้รอบคอบเพราะในระยะ 3-5 ปี ข้างหน้า แนวโน้มค่าแรงในประเทศเหล่านี้ก็จะปรับตัวเพิ่มตามประเทศไทยอยู่ดี รวมทั้งต้องพิจารณาเสถียรภาพทางการเมืองและความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้วย ฉะนั้นแนวทางแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนควรปรับตัวเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและเพิ่มทักษะฝีมือแรงงานมากกว่า

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน