
เซ็นทรัลดึงมือดีเสริมทัพรุกต่างประเทศ
เซ็นทรัล เขย่าโครงสร้างธุรกิจเสริมแกร่งมืออาชีพบริหารจากไทย/เทศ แนะรัฐนำเอกชนไทยผุดเมืองธุรกิจไทย
เซ็นทรัล เขย่าโครงสร้างธุรกิจเสริมแกร่งมืออาชีพบริหารจากไทย/เทศ แนะรัฐนำเอกชนไทยผุดเมืองธุรกิจไทย
นายทศ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทเซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น(ซีอาร์ซี) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, โรบินสัน และร้านค้าปลีกพิเศษ(สเปเชียลตี สโตร์) เปิดเผยว่าบริษัทอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ โดยเตรียมดึงผู้บริหารมืออาชีพทั้งจากในประเทศ และต่างประเทศ เข้ามาร่วมงานกับบริษัทไม่ต่ำกว่า 4-5 ราย เพื่อรองรับการขยายธุรกิจของบริษัทไปยังตลาดต่างประเทศในอนาคต
สำหรับโครงสร้างฯใหม่ คาดมีผลราวไตรมาส 3ปีนี้ เพื่อรองรับการทำงานธุรกิจภายใน 5ปีนับจากนี้ ที่จะมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเพิ่มขึ้นราว 50% จากปัจจุบันอยู่ที่ 14% โดยไม่จำเป็นต้องดำเนินการภายใต้นโยบายเดียว(เซ็นเตอร์) จากบริษัทแม่ ซึ่งบริษัทในครือจะมีความคล่องตัวในการบริหารงานภายใต้แนวทางหรือทิศทางของตัวเอง(ดีเซ็นเตอร์) ได้ อาทิ ในกลุ่มธุรกิจฟู้ด หรือ ร้านค้าพิเศษแบรนด์ต่างๆที่มีศักยภาพในการดำเนินกิจการหรือขยายธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศได้เอง เป็นต้น
แผนธุรกิจในปี2555 บริษัทเตรียมงบลงทุนกว่า 2.87 หมื่นล้านบาท พร้อมดำเนินการภายใต้ 5แนวทางหลัก คือ 1.การเปิดสาขาและพัฒนาโครงการใหม่เพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการซื้อที่ดินภายใต้งบลงทุน 1.25 หมื่นล้านบาท, 2.การปรับปรุงสาขาเดิม ด้วยงบราว 2,100 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงสาขาต่างๆ ให้ทันสมัย เช่น เซ็นทรัล ชิดลม รูปแบบหรูหราสวยงาม(โก ลักซ์) เพื่อรองรับกำลังซื้อนักท่องเที่ยวชาวเอเชียที่มีกำลังซื้อสูง
แนวทางที่3 การควบรวมกิจการ(เอ็มแอนด์เอ) โดยเตรียมงบเพิ่มขึ้นกว่า 1หมื่นล้านบาท เพื่อลงทุนในธุรกิจที่บริษัทเชี่ยวชาญละต่อยอดธุรกิจได้, 4.การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และอื่นๆ โดยเตรียมงบราว 1,100 ล้านบาท พร้อมสำรองงบไว้อีกจำนวนหนึ่งราว 3,000 ล้านบาท และสุดท้าย 5.การปรับโครงสร้างภายในองค์กร เพื่อให้การบริหารงานของบริษัทในเครือสอดคล้องกับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี)
พร้อมกันนี้ยังได้แต่งตั้งผู้บริหารใหม่ 2 ราย คือ นายอลัน จอร์ช ทอมสัน กรรมการผู้จัดการบริษัทซีอาร์ซี สปอร์ต ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจระหว่างประเทศ และ น.ส.จริยา จิราธิวัฒน์ ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจ มีหน้าที่หลักสำคัญดูแลรับผิดชอบการขยายธุรกิจของบริษัทในเครือซีอาร์ซี ไปยังประเทศต่างๆในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะใน พม่า อินโดนีเซีย เวียดนาม เป็นต้น
ทั้งนี้จากการเข้าสู่เออีซี มองว่ามี 2 เรื่องหลักที่สำคัญ คือ 1.โอกาสในการขยายงาน และ2. บุคลากร หรือ คนไทย ที่จำเป็นต้องพัฒนาศักยภาพโดยเฉพาะด้านภาษาอังกฤษให้มีความสามารถในการแข่งขันด้านแรงงานได้ เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มสมาชิกอาเซียนที่ได้เปรียบไทยมากกว่าในขณะนี้ ซึ่งภาครัฐต้องมีการส่งเสริมทางด้านการศึกษานับแต่ขณะนี้ เพื่อรองรับได้ภายใน10ปีข้างหน้าที่เชื่อว่ายังทันอยู่
บริษัท เห็นว่ารัฐบาลควรเข้ามาเป็นตัวกลางประสานงานและรวมกลุ่มธุรกิจเอกชนในรูปแบบไทยแลนด์อิงค์ (Thailand Inc.)เพื่อเข้าไปลงทุนเป็นโครงการขนาดใหญ่ในประเทศนั้นๆ เช่น พม่า หรือเวียดนาม อาทิ เสนอขอสัมปทานพื้นที่ขนาด 2,000 ไร่ สร้างเมืองใหม่ขึ้นมาประกอบด้วยหลายส่วน เพื่อเอกชนไทยมีความสะดวกในการเข้าไปทำธุรกิจ
ขณะเดียวกันอาจมีช่องทางเสริมจากการมีองค์กรที่นำเงินไทยไปลงทุนต่างประเทศเพื่อสร้างรายได้กลับเข้า มาประเทศไทยด้วย จากเดิมที่ที บีโอไอ เป็นองค์กรให้การสนับสนุนการลงทุนดึงเงินต่างประเทศเข้ามา เป็นต้น
สำหรับปีนี้ บริษัทวางเป้าหมายผลประกอบการรวมกว่า1.6 แสนล้านบาท เติบโต39% แบ่งเป็นกลุ่มห้างสรรพสินค้า 43% (ปีที่แล้ว 46%), กลุ่มร้านสเปเชียลตีสโตร์ 34% (ปีที่แล้ว 30%) และกลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ต 23% (ปีที่แล้ว 24%) ขณะที่สัดส่วนรายได้จากกรุงเทพปีนื้ 64% (ปีที่แล้ว 68%) จากต่างจังหวัด 36% (ปีที่แล้ว 32%) จากจำนวนสาขารวมปีนี้ที่คาดว่าจะมี 847 สาขา (ปีที่แล้วมี 549 สาขา)







