posttoday
ยุคของหุ้นปันผลยุคของหุ้นปันผล

ยุคของหุ้นปันผลยุคของหุ้นปันผล

28 มีนาคม 2555

เศรษฐกิจสหรัฐดูเหมือนจะดีวันดีคืน โดยอัตราการว่างงานและการขาดดุลการค้าลดลง

โดย...รศ.ดร.เอกชัย นิตยาเกษตรวัฒน์

เศรษฐกิจสหรัฐดูเหมือนจะดีวันดีคืน โดยอัตราการว่างงานและการขาดดุลการค้าลดลง รวมทั้งความเสี่ยงที่ผู้กู้ซื้อบ้านจะเบี้ยวหนี้ (Default Risk) ก็ลดลงไปสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 ปี นับตั้งแต่ปี 2005

ซึ่งถ้าเรายังจำกันได้มูลเหตุของความปั่นป่วนของเศรษฐกิจโลกมาจากวิกฤตสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Subprime Crisis) ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐ ซึ่งสะสมเป็นระยะเวลาหลายๆ ปี แล้วมาระเบิดในปี 2008 ทำให้สถานะของสถาบันการเงินทั้งระบบย่ำแย่ และส่งผลต่อระบบการเงินและเศรษฐกิจทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มสหภาพยุโรป ซึ่งถือว่าใกล้ชิดที่สุดกับสหรัฐในแง่ระบบการเงิน และสร้างผลกระทบต่อเนื่องมาเป็นวิกฤตหนี้สาธารณะของกลุ่มยูโรโซน (Euro Zone) ในปัจจุบัน

มิหนำซ้ำทางธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด (Federal Reserve : Fed) ก็ส่งสัญญาณเมื่อเร็วๆ นี้ ว่ากำลังพิจารณาที่จะออกมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณระลอกที่ 3 หรือคิวอี 3 (Quantitative Easing : QE) ในไตรมาส 2 ของปีนี้คือ ในเร็วๆ นี้ ยิ่งทำให้การคาดหมายการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐจะเป็นไปได้เร็วขึ้นและแข็งแกร่งขึ้น ซึ่งข่าวนี้ทำเอาตลาดหุ้นขึ้นทั่วโลกรวมทั้งตลาดหุ้นไทยด้วย

ถ้าสถานการณ์หนี้สาธารณะของยุโรปและราคาน้ำมันไม่บานปลายหรือเลวร้ายไปกว่านี้ เศรษฐกิจสหรัฐคงสดใสขึ้นและคงค่อยๆ ฟื้นตัวอย่างเข้มแข็ง

ซึ่งตลาดการเงินก็จับสัญญาณในทิศทางดังกล่าวมาก่อนหน้านี้แล้ว เพราะผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนดีขึ้นตามลำดับ และบริษัททั้งหลายก็มีการประกาศจ่ายเงินปันผลมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัท แอปเปิล (Apple Inc.) ที่กำลังส่งนิวไอแพด (New iPad) มาโกยเงินคนทั่วโลกในขณะนี้ ก็ประกาศจ่ายปันผลครั้งแรกในรอบ 20 ปี รวมทั้งธนาคารต่างๆ ในสหรัฐก็เริ่มจ่ายปันผลได้แล้ว หลังจากต้องตัดปันผลเก็บเงินสด เพื่อรักษาตัวรอดในภาวะวิกฤตทางการเงินในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา

โดยเงินปันผลที่จ่ายโดยบริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐที่อยู่ในกลุ่มดัชนี S & P 500 ปีนี้จ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้นถึง 15% จากปีที่แล้วเป็นเงินกว่า 2.77 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 8.5 ล้านล้านบาท

ความนิยมหุ้นปันผลในตลาดหุ้นก็มีแนวคิดทางทฤษฎีการเงินสนับสนุน เช่น เงินปันผลช่วยลดความเสี่ยงจากการลงทุนในตลาดหุ้น เพราะผลตอบแทนจากราคาหุ้นเป็นสิ่งที่ผันผวน แต่ผลตอบแทนจากปันผลเป็น “ของตาย” หรือเป็น “ลูกไก่ในกำมือ” ที่แปลงจาก “นกในกำมือ (Bird in Hand)” ในภาษาอังกฤษ ที่ช่วยให้นักลงทุน “อุ่นใจ” ขึ้น จากการลงทุนในตลาดหุ้นที่มีความเสี่ยงเป็นอันดับต้นๆ ของการลงทุนใดในโลก

ไม่เพียงเท่านั้นหุ้นปันผลก็ผันผวนน้อยกว่าหุ้นที่ไม่ได้จ่ายปันผล ถึงแม้ว่าในภาวะตลาดหุ้นวิ่ง (Market Rallies) หุ้นดังกล่าวที่มักเรียกว่า “หุ้นก้าวหน้า” หรือหุ้นเติบโต (Growth Stock) จะ “วิ่ง” มากกว่าก็ตาม แต่ในภาวะหุ้นนิ่งหรือตกต่ำ หรือที่ภาษานักเล่นหุ้นเรียก “ตลาดหมี (Bear Market)” หุ้นปันผลจะมีเสถียรภาพของราคามากกว่า แต่ถ้ามองในระยะยาวแล้วหุ้นปันผลก็ยังให้ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยสูงกว่าหุ้นเติบโต

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคของ “คนวัยทอง” ที่เกิดในช่วงประมาณ 50 กว่าปีก่อน หรือในช่วงที่มีทารกเกิดมาก (Baby Boomers) ซึ่งตอนนี้เริ่มเข้าสู่วัยชราย่อมต้องการชีวิตที่มั่นคง และหุ้นปันผลถือว่าเป็น “คำตอบ” ของการดำเนินชีวิตของคนในวัยนี้

นอกจากนี้ ในสภาวะที่ “สภาพคล่องล้นโลก” โดยกระแสเงินสดรวมสี่ไตรมาสของบริษัทในกลุ่ม S & P 500 พุ่งสูงถึง 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือเกือบ 31 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในประวัติการณ์

ยิ่งถ้า QE 3 ออกมาอีกยิ่งทำให้มีกระแสเงินสดหมุนเวียนมากขึ้น กระแสเงินสดในระดับนี้ไม่เพียงสามารถสนับสนุนการฟื้นตัวและการเติบโตทางเศรษฐกิจเท่านั้น เงินส่วนหนึ่งจะไหลเข้าตลาดหุ้น

และในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งทางเฟดก็ค่อนข้างยืนยันว่าจะคงนโยบายดอกเบี้ยต่ำเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจต่อไป ทำให้กระแสเงินทุน (Fund Flow) ยิ่งไหลเข้าสู่ตลาดหุ้น และความต้องการการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมออย่างเงินปันผลย่อมเป็น “ตัวแทน” ที่ดีกว่าดอกเบี้ยที่ถูก “กด” ซะเกือบติดดินในปัจจุบันนี้

ดังนั้น นักลงทุนสามารถสร้างผลตอบแทนอย่างเป็นกอบเป็นกำจากหุ้นปันผล ไม่ต้องเก็บหุ้นปันผลไว้ใช้เป็น “ข้ออ้าง” ปลอบใจตัวเองตอน “ติดหุ้น”

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69