posttoday
สภาไฟเขียวกรอบลดเก็บภาษีซ้ำซ้อน

สภาไฟเขียวกรอบลดเก็บภาษีซ้ำซ้อน

27 มีนาคม 2555

รัฐสภา อนุมัติกรอบลดจัดเก็บภาษีซ้ำซ้อน "ฝ่ายค้าน"ข้องใจทำไมเร่งทำ จี้ตอบให้ชัดเอื้อประโยชน์ใครหรือไม่

รัฐสภา อนุมัติกรอบลดจัดเก็บภาษีซ้ำซ้อน "ฝ่ายค้าน"ข้องใจทำไมเร่งทำ จี้ตอบให้ชัดเอื้อประโยชน์ใครหรือไม่

ที่ประชุมรัฐสภามีมีมติเสียงข้างมากเห็นชอบกับกรอบการเจรจาอนุสัญญาหรือความตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน และความตกลงและอนุสัญญาตามที่คำคณะรัฐมนตรีเสนอจำนวน 11 ฉบับระหว่างรัฐบาลไทยและกับรัฐบาลต่างประเทศ 10 ประเทศ ได้แก่ ซิมบับเว ปาปัวนิวกีนี โมร็อกโก บูรไน ทาจิกิสถาน เคนยา ไอร์แลนด์ ลิทัวเนีย ฟิลิปปินส์ เอสโตเนีย โดยมีสาระสำคัญ คือ ขจัดการเก็บภาษีซ้อนในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเงินได้ระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นเนื่องจากอำนาจในการจัดเก็บ ภาษีของสองประเทศซ้ำซ้อนกันบนฐานรายได้จำนวนเดียวกัน

ทั้งนี้ก่อนการลงมติได้มีสส.ฝ่ายค้านได้อภิปรายตั้งข้อสังเกตถึงการเสนอกรอบดังกล่าวของรัฐบาลเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะการทำข้อตกลงกับประเทศซิมบับเว โดยนายเกียรติ สิทธีอมร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ต้องสอบถามรัฐบาลว่ามีหลักการในการพิจารณาคัดเลือกประเทศที่จะมาทำข้อตกลงกับไทยอย่างไร เนื่องจากรายชื่อประเทศที่รัฐบาลเสนอเข้ามาให้รัฐสภาอนุมัติให้ความเห็นชอบปรากฎมามีบางชาติที่มีปัญหาต่อประชาคมโลกอย่างรุนแรงโดยเฉพาะการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างประเทศซิมบับเว เป็นต้น ดังนั้น ขอให้รัฐบาลนำข้อตกลงทั้งหมดกลับไปทบทวน

"ในหลักการของการดำเนินข้อตกลงดังกล่าวส่วนตัวไม่ได้ติดใจอะไรแต่สำหรับการเลือกประเทศมาทำข้อตกลงกับไทยมีความสำคัญมาก เพราะหากประเทศไทยที่เป็นประเทศขนาดกลางไปทางเล็กหากไปดำเนินสัมพันธ์ระหว่างประเทศลึกซึ้งกับประเทศที่มีปัญหาต่อประชาคมโลก อาจทำให้ไทยมีปัญหากับประเทศมหาอำนาจในทางเศรษฐกิจ จึงสงสัยว่ารัฐบาลไทยได้พิจารณาปัญหาตรงนี้หรือไม่"นายเกียรติ กล่าว

นายเกียรติ กล่าวว่า ในทางกลับกันมีบางประเทศในแถบเอเซียใต้หลายประเทศที่มีนักธุรกิจไทยไปลงทุนและเป็นบริษัทสัญชาติไทย 100% ได้เรียกร้องมาหลายปีถึงสถานทูตไทยให้ประสานรัฐบาลไทยเข้ามาแก้ปัญหาการเก็บภาษีซ้ำซ้อนจนทำให้ไม่สามารถนำกำไรที่ไปลงทุนในประเทศเหล่านั้นกลับมายังประเทศไทย แต่ปรากฎว่ายังไม่ได้รับการแก้ไข

"ในบางประเทศที่ต้องการให้แก้ไขรัฐบาลไทยกลับไม่ดำเนินการ แต่กลับกันบางประเทศอย่างซิมบับเวที่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการพิจารณาเพื่อทำความตกลงพบว่ามีการเร่งดำเนินการ ดังนั้น ถ้ารัฐบาลชี้แจงไม่ได้ก็จะเป็นที่น่าสงสัยว่าการดำเนินการในส่วนนี้เป็นไปเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับนักธุรกิจบางคนที่มีผลประโยชน์ในสัมปทานของประเทศนั้นหรือไม่" นายเกียรติ กล่าว

เช่นเดียวกับ นายกษิต ภิรมย์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า มีความเป็นห่วงในกรณีไปทำข้อตกลงกับซิมบับเว เพราะเป็นประเทศที่กำลังถูกประชาคมโลกคว่ำบาตรในเรื่องเกี่ยวกับการเมือง สิทธิมนุษยชน ดังนั้น จึงอยากฝากไปยังรัฐบาลว่ากรณีนี้ขอให้กระทรวงการคลังปรึกษากับกระทรวงการต่างประเทศอย่างใกล้ชิดว่าจะรีบเร่งหรือจะชะลอเอาไว้ก่อน

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง ชี้แจงว่า ความจำเป็นในการลงนามในข้อตกลงกล่าวเป็นเพราะประเทศเหล่านี้ คือ ประเทศลู่ทางใหม่ของนักลงทุนไทยในอนาคต ซึ่งนักลงทุนไทยได้เข้ามาสอบถามเข้ามายังหน่วยงานภาครัฐ เราจึงได้ดำเนินการให้ ทั้งนี้ข้อมูลต่างๆสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ที่กรมสรรพากร และการดำเนินการทั้งหมดกระทรวงต่างประเทศได้เป็นผู้เจรจากับนานาประเทศ ซึ่งถ้าการเจรจาเสร็จแล้วจะนำกรอบการเจรจากลับมาเสนอยังรัฐสภาอีกครั้ง

"ยอมรับว่าการลงทุนในบางประเทศที่อยู่ในข้อตกลงยังมีมูลค่าการค้าขายระหว่างกันไม่มาก แต่กำลังมีการลงทุนเป็นระยะ ซึ่งเชื่อว่าถ้ามีการลงนามในข้อตกลงนี้จะทำให้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจระหว่างกันมากขึ้นในอนาคต โดยในนานาประเทศก็ได้ต่างมีการทำความตกลงระหว่างกันในลักษณะนี้เป็นจำนวนมาก" นายทนุศักดิ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน