
จัดหางานรุ่งเออีซีย้ายงานตรึม
แมนพาวเวอร์ตั้งศูนย์ที่กัมพูชา นำแรงงานส่งป้อนกลุ่มอาเซียน
แมนพาวเวอร์ตั้งศูนย์ที่กัมพูชา นำแรงงานส่งป้อนกลุ่มอาเซียน
“แมนพาวเวอร์กรุ๊ป” รุกตลาดแรงงานข้ามประเทศ รองรับเออีซีเปิดปี 2558 ตั้งเป้ารายได้ปีนี้แตะ 3,000 ล้านบาท
นายไซมอน แมทธิวส์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แมนพาวเวอร์ (ประเทศไทย) ผู้ดำเนินธุรกิจด้านจัดหาแรงงาน เปิดเผยถึงแผนดำเนินงานในปี 2555 ว่า จะรุกตลาดแรงงานทั้งในประเทศและต่างประเทศไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้สอดคล้องกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่จะส่งผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายแรงงานในภูมิภาคนี้มากขึ้น โดยคาดหวังจะทำรายได้ให้กับบริษัท 2,600-3,000 ล้านบาท สูงขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ปีก่อนที่ระดับ 2,200 ล้านบาท
ทั้งนี้ ผลของการมีเออีซีจะทำให้อุตสาหกรรมแต่ละประเทศใช้โอกาสนี้ในการขยายกิจการและเพิ่มการลงทุนระหว่างประเทศมากขึ้น ดังนั้นจะทำให้เกิดการสร้างงานตามไปด้วย โดยเฉพาะแรงงานไร้ฝีมือและแรงงานกึ่งมีฝีมือ ขณะเดียวกันจะทำให้เกิดสมองไหลกับประเทศที่มีค่าจ้างถูก ทำให้เกิดช่องว่างของรายได้
บริษัทจะใช้การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นช่องทางในการจัดหาแรงงานป้อนให้กับภาคธุรกิจต่างๆ ซึ่งมีทั้งการหาแรงงานจากในประเทศและการนำเข้าแรงงานจากต่างประเทศ ในส่วนตลาดแรงงานไทย กำลังเผชิญปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่มีฝีมือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงงานอุตสาหกรรม ที่เน้นทักษะเฉพาะในโครงการอุตสาหกรรมที่อีสเทิร์นซีบอร์ด ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างการสรรหาแรงงานในสาขาที่ขาดแคลนให้มากขึ้น ขณะเดียวกันมีแผนเปิดศูนย์ปฏิบัติการสรรหาและคัดเลือกแรงงานที่ประเทศกัมพูชา ส่งกลับมายังไทยและประเทศอื่นๆ อีกด้วย
สำหรับการปรับอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท นำร่อง 7 จังหวัด ในต้นเดือน เม.ย.นี้ ในหลักการเห็นด้วย เพราะค่าจ้างขั้นต่ำของไทยถูกมานานแล้ว ในขณะที่มีค่าครองชีพที่สูงขึ้น แต่การปรับค่าจ้างอาจจะก้าวกระโดดสูงเกินไป เพราะในบางพื้นที่ตามต่างจังหวัดปรับค่าจ้าง 300 บาท หรือเพิ่มขึ้น 40% เช่น บางบริษัทมีพนักงานกว่า 2 หมื่นคน และ 90% ของพนักงานกลุ่มนี้อยู่ในข่ายที่จะได้ขึ้นค่าจ้าง ซึ่งทำให้เจ้าของกิจการมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น สิ่งที่ควรกังวลคือบริษัทเหล่านี้จะดำเนินการอย่างไร อาจต้องลดผลกำไรลง หรือปรับเพิ่มราคาสินค้าแทน
ด้านสถานการณ์ตลาดแรงงานในปัจจุบัน จากการสำรวจของแมนพาวเวอร์กรุ๊ป กับผู้สมัครงานจำนวน 1,080 คน และ 200 บริษัทที่ใช้บริการ พบว่าสายงานที่เป็นที่ต้องการของแรงงานอันดับหนึ่ง คือ งานการตลาดและประชาสัมพันธ์ รองลงมาเป็นงานธุรการและทรัพยากรบุคคล งานโฆษณาและงานสื่อ ในขณะที่สายงานที่เป็นที่ต้องการของตลาดอันดับหนึ่ง คือ การตลาดและประชาสัมพันธ์ รองลงมา คือ ด้านไอที ด้านวิศวกรรม







