
ประกันลั่นไม่สำรองจ่ายภัยพิบัติกองทุนฯต้องโอนเงินให้ก่อน
ซื้อ7วันก่อนน้ำท่วมคุ้มครอง
ซื้อ7วันก่อนน้ำท่วมคุ้มครอง
ประกันวินาศภัย ลั่นกองทุนฯ ต้องโอนเงินสินไหมทดแทนภัยพิบัติเข้าบัญชีก่อนจึงจะจ่ายเคลมให้ลูกค้า
นายจีรพันธ์ อัศวธนะกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัย เปิดเผยว่า เนื่องจากภัยพิบัติเป็นภัยขนาดใหญ่ การจะจ่ายสินไหมแก่ผู้ซื้อประกันต่อเมื่อกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติได้จ่ายเงินให้บริษัทประกันภัยแล้ว ทางบริษัทจึงจะจ่ายให้กับผู้เสียหาย โดยจะไม่มีการสำรองจ่ายก่อน
ทั้งนี้ เพราะกองทุนฯ เป็นผู้รับประกันภัยต่อ 99% จากบริษัทประกันภัยที่ขายกรมธรรม์ภัยพิบัติ ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ทางสมาคมประกันวินาศภัยและกองทุนฯ
สำหรับประกันภัยธรรมชาติทั่วไป ทางบริษัทประกันจะเป็นผู้ขายและรับความเสี่ยงเอาไว้เอง เช่น น้ำท่วมหนัก แล้วท่อระบายน้ำไม่ทัน ทำให้น้ำเอ่อมาท่วม ถือว่าไม่ใช่ภัยพิบัติ แต่ถ้าเป็นภัยพิบัติจะส่งให้กองทุนฯ 99% และบริษัทประกันรับไว้เอง 1%
กรณีลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารพาณิชย์ ที่มีการซื้อประกันภัยเป็นระยะเวลาเท่าจำนวนปีของสินเชื่อ หากต้องการซื้อประกันภัยพิบัติก็สามารถทำได้ โดยทางบริษัทประกันภัยจะออกเป็นสัญญาแนบท้ายเพิ่มเติม
นอกจากนี้ การซื้อประกันภัยพิบัติประชาชนจะต้องชำระเบี้ยภายใน 30 วัน เพื่อที่ทางบริษัทประกันจะได้นำเบี้ยส่งเข้ากองทุนฯ
กองทุนฯ จะคุ้มครองภัยพิบัติเมื่อประชาชนมีการซื้อประกันก่อนน้ำท่วม 7 วัน
การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนภัยพิบัติ หรือเคลมนั้น จะเคลมได้ภายใต้วงเงินที่กำหนดเท่านั้น เช่น ภาคครัวเรือน ให้ความคุ้มครองสูงสุดไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี
“เช่น ซื้อความคุ้มครองไว้ 1 แสนบาท แล้วเกิดความเสียหายจากภัยพิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งใน 3 ภัย น้ำท่วม พายุ แผ่นดินไหว เสียหาย 5 หมื่นบาท จะเหลือวงเงินที่จะเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนครั้งต่อไป 5 หมื่นบาท แม้จะมีความเสียหายจากภัยพิบัติอีกครั้งในวงเงิน 1 แสนบาท ก็จะเคลมได้อีก 5 หมื่นบาทเท่านั้น” นายจีรพันธ์ กล่าว
นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ในฐานะกรรมการกองทุนฯ กล่าวว่า ขณะนี้กองทุนฯ ยังไม่ได้กำหนดวันเวลาที่ชัดเจน ว่าจะมีการจ่ายค่าสินไหมทดแทนจากภัยพิบัติในกี่วันหลังจากเกิดภัยพิบัติ และการจ่ายเงินไปยังบริษัทประกันภัยจะต้องใช้เอกสารอะไรบ้างในการสั่งจ่ายยังไม่ได้กำหนดรายละเอียด ซึ่งเป็นงานที่ทางคณะกรรมการกองทุนฯ จะต้องไปหารือและกำหนดขั้นตอนที่แน่นอนออกมา







