
กองทุนประสานเสียงหุ้นไทยไปต่อ
ธนชาตเพิ่มเป้ากสิกรมองตปท.ขายทำกำไรสั้น
ธนชาตเพิ่มเป้ากสิกรมองตปท.ขายทำกำไรสั้น
บลจ.มองสภาพคล่องโลกยังล้น หนุนหุ้นไทยวิ่งต่อ “ธนชาต” เล็งปรับเป้าดัชนีใหม่ “กสิกร” ชี้ต่างชาติขายเล็กๆ ยังไม่ถึงขั้นทุบตลาดขาลง
นายบุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนธนชาต (บลจ.ธนชาต) กล่าวว่า บริษัทยังมองตลาดหุ้นไทยเป็นบวก หลังจากสภาพคล่องทั่วโลกมีอยู่สูง ทำให้เม็ดเงินไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นเกิดใหม่ รวมถึงหุ้นไทย จึงอาจจะมีการทบทวนเป้าหมายใหม่ และมีโอกาสที่จะเห็นดัชนี 1.250 จุด ในปีนี้ จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 1,100-1,200 จุด
“หากเงินยังไหลเข้ามาอีกโอกาสที่ดัชนีจะไปต่อได้ แม้มองว่าตลาดหุ้นเกิดฟองสบู่เล็กๆ แล้ว แต่ต้องดูว่า 69 เดือนจากนี้บริษัทจดทะเบียนจะมีกำไรเติบโตได้ดีแค่ไหน หากกำไรดีก็จะทำให้ราคาหุ้นที่ซื้อขายอยู่ไม่สูงมาก” นายบุญชัย กล่าว
ปัจจุบันหุ้นไทยซื้อขายที่สัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) 12 เท่า ถือว่ายังไม่แพงเมื่อเทียบกับอดีตเคยซื้อขายที่ 14 เท่า หรือประมาณ 1,300 จุดเศษ
น.ส.ยุพาวดี ตู้จินดา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย กล่าวว่า บริษัทคาดการณ์เป้าหมายดัชนีปลายปีที่ 1,250-1,300 จุด แต่ดัชนีที่ปรับตัวขึ้นมาแล้วพอสมควรจึงมีแนวโน้มที่จะปรับฐานได้ โดยนักลงทุนต่างชาติเริ่มขายสุทธิเพื่อทำกำไรระยะสั้น แต่ยังไม่ถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงตลาดขาลง
นางพัณณรัชต์ บรรพโต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายบริหารกองทุน บลจ.เอ็มเอฟซี กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสที่จะปรับเพิ่มขึ้นต่อไปอีก 23 เดือน เนื่องจากสภาพคล่องในตลาดโลกยังคงมีอยู่สูง ขณะที่อัตราดอกเบี้ย โดยเฉพาะพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐยังอยู่ในระดับต่ำ
อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งหลังของปียังต้องจับตาการออกมาตรการต่างๆ ของภาครัฐในประเทศที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะสหรัฐ ว่าแต่ละมาตรการจะส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์ประเภทใดและมีทิศทางใด เช่น หากสหรัฐออกมาตรการ Operation Twist รอบ 2 น่าจะทำให้ตราสารหนี้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง
นายต่อ อินทวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.แมนูไลฟ์ กล่าวว่า กองทุนเปิดแมนูไลฟ์ สเตร็งค์ อิควิตี้ ปันผล (MSEQ DIV) จะจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนในอัตรา 1.25 บาทต่อหน่วย เพื่อคืนกำไรส่วนหนึ่งให้ผู้ลงทุน โดยยังมองว่าตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มที่ดีในปีนี้จากปัจจัยบวกทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะมีแรงหนุนจากสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นหลังปัญหายุโรปเริ่มคลี่คลาย
ด้าน น.ส.จารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการขายและการตลาด บลจ.แอสเซท พลัส กล่าวว่า การปรับตัวขึ้นของตลาดในช่วงที่ผ่านมาเป็นผลดีต่อกองทุนหุ้นของบริษัท ล่าสุดคณะกรรมการการลงทุนมีมติให้จ่ายเงินปันผลจากกำไรสะสมของกองทุนเปิดแอสเซทพลัสหุ้นระยะยาว (ASP-LTF) สำหรับงวดบัญชีสิ้นสุด ณ วันที่ 9 มี.ค. 2555 ในอัตราหน่วยละ 1.50 บาท ปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุนในวันที่ 16 มี.ค. และจะจ่ายเงินในวันที่ 26 มี.ค.นี้







