
ลดค่านัมเบอร์พอร์ตเหลือ70บ.
ค่ายมือถือกัดฟันลดราคา ค่าย้ายค่ายเหลือ 70 บาท เตรียมถก กสทช.สัปดาห์หน้าหาข้อสรุปห้ามตัดวันพรีเพด
ค่ายมือถือกัดฟันลดราคา ค่าย้ายค่ายเหลือ 70 บาท เตรียมถก กสทช.สัปดาห์หน้าหาข้อสรุปห้ามตัดวันพรีเพด
นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เปิดเผยว่า ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ส่งหนังสือชี้แจงมาที่ กสทช.แล้วว่าสามารถลดราคาค่าบริการคงสิทธิเลขหมาย หรือนัมเบอร์พอร์ทิบิลิตี จาก 99 บาท เหลือประมาณ 70-75 บาท แต่ไม่ถึง 65 บาทตามที่ กสทช.เคยกำหนดไว้
ทั้งนี้ กสทช.เตรียมเรียกผู้ให้บริการทุกรายเข้าหารือในวันที่ 20 มี.ค. ถึงราคาสรุปสุดท้ายว่าจะเป็นเท่าไร ซึ่งจะรวมถึงอีก 2 เรื่องหลักที่ต้องได้ข้อสรุป คือ การจดทะเบียนผู้ใช้บริการบัตรเติมเงิน หรือพรีเพด และการกำหนดระยะเวลาในการตัดเงินพรีเพดด้วยที่เดิมสรุปไว้ที่ 60 วัน
สำหรับการให้ผู้ให้บริการมือถือลดราคาค่าบริการคงสิทธิเลขหมายนั้น เพราะค่ายมือถือเป็นผู้กำหนดค่าธรรมเนียมกันเองที่ 99 บาท กสทช.ไม่ได้เป็นผู้ประกาศใช้ ซึ่งจากข้อมูลของเทเลคอร์เดีย ผู้ทำหน้าที่รวบรวมจำนวนผู้ขอย้ายค่าย หรือ เคลียร์ริ่งเฮ้าส์ระบุว่า ต้นทุนที่แท้จริงไม่ควรเกิน 65 บาท แต่หากผู้ให้บริการยืนยันว่าไม่สามารถลดราคาเหลือ 65 บาทได้ ก็จะต้องแจกแจงต้นทุนให้ชัดเจน
นอกจากนี้ กสทช.ยังต้องการให้ขยายการรองรับจำนวนลูกค้าย้ายค่ายจากวันละไม่ถึง 1 หมื่นราย ให้ได้ 4 หมื่นราย และลดระยะเวลาการเปลี่ยนค่ายจาก 15 วัน มาเป็น 3 วัน และขยายบริการจาก 20 จังหวัดเป็นทั่วประเทศ ให้ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดจากเดิม 20 จังหวัดเพื่อให้การบริการเข้าถึงประชาชนได้ทั่วประเทศ
ขณะที่การกำหนดระยะเวลาการตัดเงินพรีเพดที่ 60 วัน คือเวลาที่เป็นไปได้ที่ กสทช.และผู้ให้บริการยอมรับได้ ซึ่งต้องทำความเข้าใจกับองค์กรผู้บริโภคที่ต้องการให้ไม่มีวันหมดอายุ นั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
อย่างไรก็ตาม จะกำหนดด้วยว่า หากผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือไม่ปฏิบัติตามจะต้องเสียค่าปรับวันละเท่าไร เพื่อกำหนดมาตรฐานที่ชัดเจนและสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ใช้บริการ เพราะปัจจุบันการที่ผู้ให้บริการไม่ยอมคืนเงินนั้น ส่งผลให้มีเงินค้างอยู่ในระบบมากกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี
นายดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค กล่าวว่า ดีแทคยังไม่ได้สรุปราคาสุดท้ายว่าจะเหลือเท่าไร เพราะต้องรอหารือกับ กสทช. และผู้ให้บริการรายอื่นร่วมกันอีกครั้ง







