
ทีดีอาร์ไอถล่มไทยค้าข้าว"แค่ขายฝัน"
หลัง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ซึ่งประกาศตนชัดเจนว่าอยู่เบื้องหลังการทำงานของรัฐบาลปู ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
โดย...พรสวรรค์ นันทะ
หลัง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ซึ่งประกาศตนชัดเจนว่าอยู่เบื้องหลังการทำงานของรัฐบาลปู ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ชนิด ทักษิณคิด รัฐบาลทำ ออกมาบอกว่า นโยบายจำนำข้าวตันละ 1.5 หมื่นบาท ของรัฐบาลนั้นมีการสวมสิทธิข้าวจากประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหานี้รัฐบาลควรเจรจารับซื้อข้าวแบบจีทูจีจากประเทศเพื่อนบ้านจากนั้นนำมาปรุงแต่งแล้วขายออกไปหากำไรเข้ากระเป๋า
นิพนธ์ พัวพงศกร ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า แนวคิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่จะให้ประเทศไทยเป็นผู้จัดการค้าข้าวที่ไหลจากต่างประเทศเข้ามาในไทย เพราะราคารับจำนำข้าวตามนโยบายรัฐสูงกว่าราคาข้าวในตลาด จึงต้องการให้ไทยเป็นผู้จัดการส่งออก คัดคุณภาพ และแยกข้าวประเภทต่างๆ เพื่อส่งออกเองเสมือนเป็นสมาคมค้าข้าว หรือทำตัวเป็นหยงไปเลยนั้น ผมมองว่าแนวคิดแบบนี้ของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นแนวคิดแบบผูกขาด เหมือนการทำธุรกิจโทรคมนาคมที่อดีตท่านเคยทำมา เพราะเมื่อผูกขาดก็สามารถตั้งราคาขายเองได้ ทำให้ท่านคิดว่าจะทำกับสินค้าข้าวได้เช่นกัน เหมือนกับการค้าน้ำมัน
แต่น้ำมันมันปลูกไม่ได้เหมือนข้าว มันถึงทำได้ ที่สำคัญน้ำมันมีจำกัด ต้องมีการสำรวจ การขุด ซึ่งทำกันไม่กี่รายในโลก จึงสามารถกำหนดราคาขายในตลาดโลกได้เหมือนที่องค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันหรือโอเปก แต่ขนาดโอเปกมีการจำกัดการผลิตได้ก็ยังประสบปัญหาอยู่บ้าง เพราะในยามที่ราคาน้ำมันแพงก็มีการสำรวจพลังงานทดแทนอื่นๆ ขึ้นมาใช้แทน
น้ำมันจึงแตกต่าง ข้าวจะใช้วิธีการนี้กับข้าวคงไม่ได้ผล เพราะข้าวจิ้มลงดินก็ปลูกได้เลย
อีกอย่างไทยเราไม่ใช่คนปลูกรายใหญ่ของโลก เช่นเดียวกับประเทศจีน อินโดนีเซีย อินเดีย ซึ่งมีการสนับสนุนให้ปลูกและเป็นผู้ปลูกข้าวรายใหญ่ เพียงแต่ไทยอยู่ในกลุ่มผู้ส่งออกรายใหญ่เท่านั้น ซึ่งถ้าจำไม่ผิดส่งออกใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก และสาเหตุที่ไทยส่งออกมากก็เพราะมีการบริโภคน้อย
“ถ้าฟังแนวคิดอดีตนายกฯ พ.ต.ท.ทักษิณ เรื่องข้าวมันก็ฟังดูดี แต่คงประสบความสำเร็จได้ยาก เพราะข้าวต่างจากโทรศัพท์ น้ำมัน หุ้น สินค้าอุตสาหกรรมอื่น เช่น รถยนต์ที่ถึงแม้จะผลิตได้ทั่วไป แต่ทำไมรถยนต์ BMW ถึงขายได้ราคามากกว่ารถยนต์ยี่ห้ออื่น ควบคุมราคาขายในระดับสูงได้ ซึ่งแสดงว่าเขามีเทคโนโลยีการผลิตพิเศษถึงกำหนดราคาสูงได้ แต่ข้าวผูกขาดตลาดหรือควบคุมกลไกราคาไม่ได้ การผลิต การปลูกขึ้นกับดินฟ้าอากาศ สำคัญคือใครประเทศไหนก็ปลูกได้ ละแวกนี้คงมีแต่ฮ่องกงกับสิงคโปร์ที่ปลูกไม่ได้เพราะไม่มีพื้นที่ นอกนั้นปลูกได้หมด ส่งออกได้หมด
และยิ่งถ้าราคาสูงขึ้นก็จะมีการปลูกเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ ทำให้ควบคุมยาก ที่สำคัญไทยเราไม่ใช่ผู้ผลิตข้าวรายใหญ่ จะไปควบคุมกลไกราคาคงยาก เพราะมีผู้ผลิตข้าวกว่า 100 ประเทศทั่วโลก”
ผมว่า แนวคิดนี้ของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นแนวคิดแบบผูกขาด เหมือนธุรกิจโทรคมนาคม โทรศัพท์ ที่คิดจะเป็นแหล่งรวบรวมและตั้งราคาขายได้เอง แล้วคิดว่าจะทำกับข้าวได้กัน แต่มันไม่เหมือนเพราะข้าวไม่ใช่สินค้าที่มีผู้ผลิตจำกัด มีเทคโนโลยี มีแหล่งวัตถุดิบ และนโยบายรัฐไปจำกัด ควบคุม ตัดตอนได้ อย่าลืมว่าน้ำมัน มันปลูกไม่ได้ แหล่งผลิตมีจำกัด การหาเทคโนโลยีด้านพลังงานทดแทนน้ำมันก็ไม่ง่าย กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันอย่างเอเปกจึงกำหนดราคาขายในตลาดโลกได้ต่างจากข้าว
จริงๆ แนวคิดนี้ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีการเคยเสนอและนำมาใช้แล้วสมัยที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้ามาบริหารประเทศช่วงแรกๆ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ถ้าจำไม่ผิดสมัยนั้นก็มีแนวคิดที่จะจัดตั้งคณะรัฐมนตรีค้าข้าวร่วมกับอีก 4 ประเทศ เพื่อที่จะตกลงกันในการจัดระเบียบการค้าข้าว ควบคุมการค้าข้าว เพื่อจัดการการส่งออกให้เป็นรายเดียวด้วยเช่นกัน ซึ่งสมัยโน้นแนวคิดการค้าข้าวก็ไม่ใช่แนวคิดที่ประสบผลสำเร็จ เพราะสินค้าข้าวจำกัดผลผลิตไม่ได้ เนื่องจากมีผู้ผลิตและผู้บริโภคจำนวนมากต่างจากอุตสาหกรรมอื่นที่ผู้ผลิตมีจำนวนรายจำกัด เพราะมีเทคโนโลยีการผลิตเป็นความลับ มีแหล่งวัตถุดิบจำกัด มีนโยบายรัฐไปจำกัดควบคุม ที่ต่างจากข้าวไม่มีการจำกัดด้วยปัจจัยเหล่านี้ เพราะไทยปลูกข้าวจำนวนมาก เฉพาะผู้ผลิตข้าวในไทยก็ 4 ล้านครัวเรือนแล้ว ยิ่งราคาสูงยิ่งปลูกกันมาก เช่นเดียวกับในประเทศอื่น ฉะนั้นแนวคิดในการรวบรวมข้าวเพื่อให้สามารถกำหนดราคาขายหรือควบคุมการส่งออกได้ จึงน่าจะเกิดผลเป็นจริงได้อยาก เพราะเป็นการขายแนวคิดภายใต้ปัจจัยและพื้นฐานเดิม” นั่นคือข้อคิดเห็นของประธานทีดีอาร์ไอที่คลุกคลีกับข้าวมายาวนาน







