
ปตท.กำไรหรูไตรมาส1
น้ำมันขึ้น1เหรียญโกย450ล. พิษยุโรปหลอนสินทรัพย์เสี่ยง
น้ำมันขึ้น1เหรียญโกย450ล. พิษยุโรปหลอนสินทรัพย์เสี่ยง
PTT คาดผลงานไตรมาสแรกแจ่ม รับน้ำมันพุ่ง โดยขึ้นทุก 1 เหรียญสหรัฐ กำไร ปตท.เพิ่ม 450 ล้านบาท แถมค่าการกลั่นหนุน
นางณิชชา จิรเมธธนกิจ ผู้จัดการฝ่ายผู้ลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ปตท. (PTT) เปิดเผยว่า มีความเป็นไปได้ว่าผลประกอบการไตรมาสแรกของปีนี้จะออกมาดี เนื่องจากราคาน้ำมันขณะนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 120 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล สูงกว่าราคาเฉลี่ยในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 102 เหรียญสหรัฐ และราคาเป้าหมายเฉลี่ยปีนี้ 106 เหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นทุก 1 เหรียญสหรัฐ จะสร้างกำไรให้ ปตท.เพิ่มขึ้น 15 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 450 ล้านบาท
นอกจากนี้ ค่าการกลั่น (จีอาร์เอ็ม) ของธุรกิจโรงกลั่นในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาอยู่ที่ 7 เหรียญสหรัฐ และในช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค. อาจจะลดลงมาเฉลี่ยระดับ 6 เหรียญสหรัฐ แต่ยังสูงกว่าจีอาร์เอ็มในเดือน ธ.ค. 2554 อยู่ที่ 2 เหรียญสหรัฐ
สำหรับเป้าหมายรายได้ของ ปตท.ปีนี้ คาดว่าจะขยายตัวระดับ 5-7% จากปีที่ผ่านมามีจำนวน 2.4 ล้านล้านบาท เนื่องจากโตในอัตราใกล้เคียงกับธุรกิจสำรวจและขุดเจาะภายใต้การบริหารของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) น่าจะมียอดขายในปีนี้ 2.84 แสนบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้น 7% จากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 2.65 แสนบาร์เรลต่อวัน
นางณิชชา ยังกล่าวถึงงบลงทุนของกลุ่ม ปตท. ในระยะ 5 ปีข้างหน้าระหว่างปี 2555–2559 จะมีมูลค่าประมาณ 9 แสนล้านบาท แบ่งเป็นธุรกิจก๊าซสัดส่วน 33% น้ำมัน 14% อื่นๆ ซึ่งหมายรวมถึงการซื้อกิจการประมาณ 41%
บริษัท ปตท.ขึ้นเครื่องหมาย XD ผู้ซื้อหุ้นวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา หมดสิทธิรับเงินปันผลหุ้นละ 7 บาท ซึ่งวันนั้นราคาหุ้นปรับตัวลงเท่ากับเงินปันผล 7 บาท และวันที่ 6 มี.ค. ราคายังคงปรับตัวลงแรงอีก 5 บาท หรือ 1.40% ปิดที่ 353 บาท ท่ามกลางมูลค่าซื้อขายมากถึง 1,753 ล้านบาท
มาร์เก็ตติง กล่าวว่า ราคาสินทรัพย์เสี่ยงยังคงปรับตัวลงต่อในวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยเฉพาะตลาดหุ้นฮ่องกงและสิงคโปร์ทรุดลงหนักกว่า 2% ส่วนหุ้นไทยระหว่างวันลงไปแตะ 1,150 จุด แต่ปลายตลาดเด้งขึ้นมาปิดที่ 1,153 จุด ลดลง 4.79 จุด ท่ามกลางการซื้อสุทธิของต่างชาติลดลงเหลือเพียง 585 ล้านบาท นับว่าเป็นสัญญาณที่ไม่ดีนัก
ตลาดหุ้นยุโรปก็ปรับตัวลงแรงหลายแห่ง รูดลงแรงกว่า 1% เพราะนักลงทุนกังวลเรื่องกรีซว่าอาจจะเผชิญกับปัญหาการผิดนัดชำระหนี้และดัชนีดาวโจนส์ล่วงหน้าลดลง เนื่องจากปัญหายุโรปแล้ว ตลาดยังห่วงเรื่องการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก
ราคาทองคำก็ปรับตัวลงเหลือต่ำกว่า 1,700 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ส่งผลให้ราคาในประเทศตอนเช้าเปิดบวก 50 บาท แต่ระหว่างวันมีการลดลง 2 ครั้ง รวม 100 บาท ทองคำแท่งรับซื้อที่ 2.46 หมื่นบาท และขายออก 2.47 หมื่นบาท
ด้านบริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า เงินบาทสกุลเงินเอเชียและสินทรัพย์เสี่ยงเผชิญแรงขายทำกำไรท่ามกลางความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจยุโรปและจีน ส่วนทิศทางของเงินยูโรนั้นอ่อนค่าลงอย่างหนัก เนื่องจากตลาดเริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับผลการเข้าร่วมการปรับโครงสร้างหนี้ของกรีซกับเจ้าหนี้ภาคเอกชน
ขณะเดียวกันราคาน้ำมันและทองคำปรับตัวลดลงท่ามกลางการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐ
สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป หรือยูโรสแตท เปิดเผยว่า ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของเขตยูโรโซนขยายตัว 1.4% ในปี 2554 ลดลงจากระดับ 1.9% ที่ขยายตัวในปี 2553 ส่วนเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (อียู) ทั้ง 27 ประเทศ ขยายตัว 1.5%
อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจทั่วไปจะขยายตัวในปี 2554 แต่ ทั้งเศรษฐกิจในเขตยูโรโซนและทั้งอียู ได้หดตัวลงในไตรมาสสุดท้ายปี 2554 โดยหดตัวลง 0.3%
คณะกรรมการบริษัท ไทยพัฒนาโรงงานอุตสาหกรรม (TFD) มีมติจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสด 0.01 บาท และจ่ายปันผลเป็นหุ้นสัดส่วน 12.50 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นปันผล หรือเท่ากับ 0.08 บาท ให้กับผู้ถือหุ้นที่มีชื่อในทะเบียนวันที่ 10 พ.ค.นี้ และจ่ายเงินวันที่ 25 พ.ค. 2555







