
ททท.เอเชียอัดแคมเปญ หวังดึงทัวร์นอกเที่ยวไทย
โพสต์ทูเดย์
— ททท.ตลาดเอเชีย งัดแผนฝ่าวิกฤตม็อบ รุกอัดความถี่โฆษณาประชาสัมพันธ์ พร้อมเพิ่มอินเซนทีฟบริษัททัวร์กระตุ้นต่างชาติมาไทยนายสรรเสริญ เงารังษี รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชีย และแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับผู้ประกอบการนำเที่ยวเอเชียตะวันออกเฉียง เช่น จีน ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น และเซี่ยงไฮ้ ว่า ททท.จะร่วมมือกับบริษัททัวร์เหล่านี้ เพิ่มความถี่ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ผ่านทุกช่องทางการสื่อสาร โดยเฉพาะตลาดจีนและญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ระหว่างการตัดสินใจวางเงินมัดจำเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ เพราะไม่มั่นใจสถานการณ์การเมือง
ทั้งนี้ ททท.ได้เตรียมแผนสำรองที่สามารถปรับเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายและการนำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยวให้ตรงต่อสถานการณ์ โดยในส่วนดังกล่าวอยู่ระหว่างการหารือเพิ่มเติมก่อนสรุปแผนนำเสนอเข้าที่ประชุมแผนกลยุทธ์การตลาด ททท. ปี 2554
นอกจากนี้ จะเพิ่มงบประมาณให้การสนับสนุนบริษัททัวร์ท่องเที่ยว ที่ปรับเปลี่ยนเส้นทางการเดินทางใหม่ๆ นำเสนอนักท่องเที่ยว เช่น เส้นทางฮันนีมูน จากประเทศเกาหลี ส่วนใหญ่นำเสนอเส้นทาง จ.ภูเก็ต กระบี่ และพังงา แต่หากปรับเป็นเส้นทางภาคเหนือ ททท.จะให้การสนับสนุนด้านโฆษณาประชาสัมพันธ์ เป็นต้น ซึ่งวิธีดังกล่าวเป็นการกระตุ้นให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยว นำเสนอสินค้าที่แปลกใหม่ให้กับนักท่องเที่ยว รวมถึงการกระจายตัวนักเดินทางไปยังภูมิภาคอื่น
“
ในช่วงนี้ททท.เตรียมออกข้อความสื่อสารให้กับนักท่องเที่ยวโดยตรง เพื่อตอกย้ำว่าประเทศไทยสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตามปกติ รัฐบาลมีมาตรการควบคุมป้องกันที่ดี โดยเชื่อว่าจะสามารถผ่านพ้นไปได้ โดยไม่เกิดเหตุความรุนแรงขึ้น” นายสรรเสริญ กล่าวอย่างไรก็ตาม แนวทางการทำตลาดเอเชียในอนาคต เตรียมนำบริษัททัวร์ของประเทศไทยและต่างชาติ ร่วมสำรวจเส้นทางใหม่ๆ ระหว่างประเทศนั้นๆ เพื่อให้เกิดการพัฒนาสินค้าทางการท่องเที่ยวให้ตรงต่อความต้องการนักท่องเที่ยว
ดงดดกวดดังนั้น จะเดินหน้าแผนงานด้านการตลาดทุกโครงการที่เตรียมไว้ โดยในวันที่ 2731 มี.ค.นี้ ได้ร่วมกับผู้ประกอบการนำเที่ยวจัดโรดโชว์ไปยังไต้หวัน กว่างโจว เซี่ยงไฮ้ เป็นต้น
สำหรับการต่อมาตรการให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวของรัฐบาลจนถึงวันที่ 31 มี.ค. 2554 เชื่อว่าจะผลักดันให้ตลาดเอเชียทุกตลาดเติบโตในปีนี้เฉลี่ย 810%







