posttoday
การขึ้นจะเริ่มชะลอตัว...โดย 740 หรือ 750 จุด มัโอกาสเป็นจุดสูงสุดของรอบ

การขึ้นจะเริ่มชะลอตัว...โดย 740 หรือ 750 จุด มัโอกาสเป็นจุดสูงสุดของรอบ

04 มีนาคม 2553

...พงศ์ภัทร สิริพิพัฒน์

ภาวะตลาดหุ้นไทยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับตัวขึ้นตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยเริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามาหลังจากที่ได้มีการขายลดสถานะในช่วงก่อนหน้านี้จากความไม่แน่นอนในประเด็นคำตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในขณะที่ปัจจัยภายนอกยังไม่มีข่าวลบเข้ามาและสภาพคล่องยังคงอยู่ในระบบ หลังจากที่เฟดยังคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำไปอีกระยะหนึ่ง ส่วนปัจจัยทางด้านยุโรป คณะรัฐมนตรีกรีซจะมีการพิจารณาการใช้มาตรการลดค่าใช้จ่าย เพื่อให้สอดคล้องกับคำเรียกร้องของยูโรโซน แต่อย่างไรก็ตามปัจจัยหลักๆ ของการปรับตัวขึ้นรอบนี้ เกิดจากแรงซื้อของนักลงทุนต่างประเทศเป็นเหตุผลหลัก

ปัจจัยภายในประเทศ แม้ว่าศาลฎีกาจะพิพากษายึดทรัพย์ 46,373 ล้านบาท ไปแล้ว แต่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะมีการนำคำพิพากษาศาลฎีกาที่วินิจฉัยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีความผิดในการใช้อำนาจรัฐเอื้อประโยชน์ใน 5 มาตรการ ได้แก่ 1.การแปลงค่าสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต 2.การแก้ไขสัญญาอัตราจัดเก็บภาษีระบบเติมเงินให้เอไอเอส 3.การแก้ไขสัญญาเชื่อมต่อสัญญาณหรือโรมมิงแก่เอไอเอส 4.โครงการดาวเทียมไอพีสตาร์ และ 5.การปล่อยกู้ให้รัฐบาลพม่าวงเงิน 4,000 ล้านบาท มาขยายผลตรวจสอบว่ามีรัฐมนตรีหรือเจ้าหน้าที่รัฐคนอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องร่วมกับ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ ซึ่งในประเด็นนี้จะส่งผลต่อหุ้นที่เกี่ยวข้อง คือ THCOM และ ADVANC

โดยในเบื้องต้นทางนักวิเคราะห์สื่อสารของทาง KGI ประเมินไว้ว่า ADVANC จะได้รับผลกระทบจากการแก้ไขสัญญาสัมปทานครั้งที่ 6 ของ ADVANC ที่ได้ทําการปรับลดอัตราส่วนแบ่งรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบพรีเพดกับทีโอที จาก 25% ในปี 25442547 และ 30% ในปี 2547 จนหมดอายุสัมปทานในปี 2558 โดยในเบื้องต้นหาก ADVANC ต้องจ่ายค่าชดเชยย้อนหลังแล้ว เราประเมินค่าชดเชยย้อนหลังที่ 2.03 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นผลกระทบที่ 7.0 บาทต่อหุ้น ในขณะที่หากมีการปรับเปลี่ยนส่วนแบ่งรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบพรีเพดปรับเพิ่มขึ้นไปที่ 30% จากนี้เป็นต้นไปจนหมดอายุสัมปทาน บริษัทจะได้รับผลกระทบที่ 1.86 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 6.30 บาทต่อหุ้น ทำให้โดยรวมความเสียหายมากที่สุดจะส่งผลต่อราคา ADVANC 13.30 บาทต่อหุ้น

ส่วนประเด็นเรื่องการปาระเบิดที่ธนาคารกรุงเทพ ทางรัฐบาลมีความเข้มงวดกับกรณีดังกล่าวมาก เนื่องจากหากไม่มีการจับกุมอย่างจริงจังแล้ว อาจจะมีการลุกลามและหากเกิดขึ้นในช่วงเวลาทำการแล้ว จะส่งผลต่อชีวิตและความเสียหายของประชาชนได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดหุ้น ในขณะที่แรงซื้อในช่วงก่อนหน้านี้เพื่อรับเงินปันผลจะเริ่มทยอยหมดไป ส่งผลให้ตลาดหุ้นเริ่มมีความเสี่ยงกับการอ่อนตัวลงได้ หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด

ส่วนทางด้านสภาพคล่องของตลาดทุนโลก สภาพคล่องยังคงอยู่ในตลาดเงินตลาดทุนโลกได้ต่อเนื่องอีกระยะหนึ่ง หลังจากคำแถลงของ เบน เบอร์แนนคี ต่อสภาคองเกรส ที่จะคงอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำต่อไปอีกระยะหนึ่ง ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานสหรัฐเดือน ม.ค. ออกมาติดลบ ทำให้การปรับฐานแรงๆ ของตลาดทุนโลกจะยังไม่เกิดขึ้นช่วงนี้ ส่วนทางฝั่งยุโรป หลักๆ ยังคงรอการทำแผนงบประมาณของกรีซ ซึ่งในเบื้องต้นต้องรอดูความเห็นของยูโรโซน หลังจากที่กรีซเสร็จสิ้นการทำแผนในวันที่ 15 มี.ค. นี้ ซึ่งในเบื้องต้นทางคณะรัฐมนตรีกรีซจะมีการออกมาตรการลดค่าใช้จ่าย หากสามารถดำเนินการได้จะส่งผลบวกต่อการขอเงินกู้จากยูโรโซน แต่อย่างไรก็ตามต้องติดตามว่ามาตรการดังกล่าวจะส่งผลให้มีการประท้วงอย่างที่เคยเกิดขึ้นในอดีตหรือไม่

ทิศทางเทคนิคของ SET Index คาดว่าการปรับตัวขึ้นในระยะสั้นจะมีแนวต้านที่บริเวณ 740 และ 750 จุด โดยคาดว่าการปรับตัวขึ้นในรอบนี้ครั้งแรกที่ทดสอบ 750 จุด จะยังไม่สามารถผ่านไปได้ มีโอกาสอ่อนตัวลงมาก่อน กลยุทธ์การเก็งกำไรในระยะสั้น แนะนำให้ซื้อเก็งกำไรและทยอยขายช่วงปรับตัวขึ้นไม่ถือ เนื่องจากยังมีความเสี่ยงที่จะอ่อนตัวลง ประกอบกับในวันที่ 14 มี.ค. จะมีการชุมนุมกันของกลุ่มเสื้อแดง ซึ่งเชื่อว่าจะมีนักลงทุนส่วนหนึ่งลดพอร์ตก่อนที่จะถึงวันดังกล่าว

สุดท้าย มีข่าวประชาสัมพันธ์ นักลงทุนท่านใดที่สนใจ Derivative Warrant สามารถหาความรู้ได้ที่ www.thaiwarrant.com

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน