
เข้าไฮซีซันรร.ขึ้นราคา8%
อ้างเพิ่งขยับครั้งแรกในรอบ3ปี แต่ห่วงแก้รธน.การเมืองเดือด
อ้างเพิ่งขยับครั้งแรกในรอบ3ปี แต่ห่วงแก้รธน.การเมืองเดือด
เข้าฤดูท่องเที่ยว โรงแรมขยับราคาแล้ว 8% รับท่องเที่ยวฟื้น แต่ยังหวั่นกระแสแก้รัฐธรรมนูญทำการเมืองเดือดรอบใหม่
นายประกิจ ชินอมรพงษ์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการโรงแรมระดับ 4-5 ดาว ได้ทยอยปรับราคาห้องพักเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5-8% เพื่อรับกระแสการเดินทางท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวขึ้น หลังประสบกับหลายวิกฤตในช่วงที่ผ่านมา
การขยับราคาในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี ที่ปรับราคาห้องพัก เนื่องจากที่ผ่านมาวิกฤตการเมืองในประเทศ ภัยพิบัติธรรมชาติต่างประเทศ ปัญหาอุทกภัย ฯลฯ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องตรึงราคาเดิม เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทาง
“แม้ว่าโรงแรมจะขึ้นราคาเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา แต่ประเทศไทยยังมีอัตราค่าห้องต่ำที่สุดในกลุ่มอาเซียน และถ้ามองย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปี ถือว่าไม่ใช่ราคาใหม่ แต่เป็นตัวเลขราคาของฐานเดิม” นายประกิจ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการโรงแรมมีความกังวลใจเกี่ยวกับกระแสการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะส่งผลให้เกิดการชุมนุมทางการเมืองและเป็นต้นเหตุนำไปสู่เหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองภายในประเทศอีกครั้ง ซึ่งเหตุการณ์นี้จะเป็นตัวแปรหลักที่ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยอยู่ในภาวะสะดุดอีกครั้ง
นอกจากนี้ รัฐบาลควรมีมาตรการป้องกันปัญหาน้ำท่วมที่มีความชัดเจน เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและความเชื่อมั่นต่อนักท่องเที่ยว ส่วนข่าวก่อการร้ายและเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นต่อเนื่องนั้น ไม่ทำให้เกิดการยกเลิกการเดินทางมาแต่อย่างใด เพราะได้จ่ายเงินมัดจำล่วงหน้า แต่อาจกระทบต่อยอดการจองเข้ามาใหม่ ซึ่งยังเร็วเกินไปที่จะประเมิน
นายประกิจ กล่าวว่า ภาพรวมการเข้าพักเดือน ม.ค.-ก.พ. มีแนวโน้มที่ดี เช่น ภูเก็ต เฉลี่ย 80% ซึ่งในปี 2555 ถ้าประเทศไทยอยู่ในสถานการณ์ปกติ การเมืองนิ่งตลอดปี คาดว่าอัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั้งประเทศจะเติบโตกว่า 20% เฉลี่ย 72% เทียบกับปี 2554 อัตราการเข้าพักเฉลี่ย 60%
อย่างไรก็ตาม ในปี 2555 ผู้ประกอบการโรงแรมโดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร (กทม.) อาจประสบปัญหาห้องพักล้นตลาดอีกครั้ง หลังโรงแรมระดับ 4-5 ดาว เตรียมเปิดตัวต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา จำนวน 18 แห่ง ราว 4.8 หมื่นห้อง ซึ่งเชื่อว่าช่วงปลายปีที่จะถึงนี้สงครามราคาจะกลับมาดุเดือดอีกครั้งหนึ่ง ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์สร้างความแตกต่างให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายลูกค้ามากขึ้น







