
ห้ามอ้างค่าไฟพุ่งขึ้นสินค้า
เบรกผู้ผลิตสินค้า ห้ามอ้างค่าไฟฟ้าพุ่งฉวยขึ้นราคา ชี้กระทบต้นทุนผลิตจิ๊บจ๊อย
เบรกผู้ผลิตสินค้า ห้ามอ้างค่าไฟฟ้าพุ่งฉวยขึ้นราคา ชี้กระทบต้นทุนผลิตจิ๊บจ๊อย
นางผุสดี กำปั่นทอง รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรณีที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เตรียมขึ้นค่าไฟฟ้างวดเดือน พ.ค.-ส.ค. อีก 20-30 สตางค์ต่อหน่วย จะไม่ส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและอาหารปรับขึ้น เพราะค่าไฟฟ้าเป็นต้นทุนส่วนน้อยในการผลิต
ดังนั้น ผู้ผลิตห้ามอ้างขอปรับขึ้นราคาสินค้าเด็ดขาด ขณะเดียวกันร้านค้าก็ห้ามฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาขาย เพราะแม้สินค้าไม่ได้อยู่ในบัญชีควบคุมก็ต้องแจ้งให้กรมการค้าภายในรับทราบก่อน โดยต้นทุนการผลิตส่วนใหญ่จะมาจากค่าวัตถุดิบเป็นหลัก ขณะที่ค่าไฟฟ้าเป็นต้นทุนส่วนหนึ่งเท่านั้น
ด้านนางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ที่ประชุมผู้ประกอบการโรงเชือดหมูและผู้ค้าส่งหมูพร้อมให้ความร่วมมือแก้ปัญหาราคาหมูแพง โดยจะจำหน่ายหมูเป็นหน้าฟาร์มกิโลกรัมละ 48-50 บาท ดังนั้นราคาหมูเนื้อแดงหน้าเขียงในตลาดสดจะอยู่ที่ไม่เกิน กก.ละ 100 บาท และราคาในห้างสรรพสินค้า 105 บาท รวมทั้งจะร่วมรณรงค์ให้มีการบริโภคหมูเพิ่มขึ้น และขยายฐานการส่งออกหมู ซึ่งหลังเดือนมี.ค.นี้ จะพิจารณาราคาจำหน่ายเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนอีกครั้ง
นายกิดดิวงษ์ สมบุญธรรม เลขาธิการสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวว่า ราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มลดลงตั้งแต่เดือน ต.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากผลผลิตล้นและกำลังซื้อลดลง ราคาจำหน่ายปลีกที่เหมาะสมควรเป็นไปตามที่กรมการค้าภายในกำหนด คือ ฟาร์มภาคกลาง กก.ละ 48-50 บาท ขายปลีก 100-105 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือราคาหน้าฟาร์ม 50-52 บาท ขายปลีก 104-110 บาท ภาคใต้หน้าฟาร์ม 45– 50 บาท ขายปลีก 90-100 บาท และภาคเหนือหน้าฟาร์ม 54-56 บาท ขายปลีก 110-115 บาท
กระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า การจัดรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน วันที่ 25 ก.พ.นี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะจัดรายการนอกสถานที่ที่ตลาดสดมีนบุรี เนื้อหารายการจะเน้นถึงนโยบายแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน และจะเดินสำรวจตลาดสดต่อเพื่อตรวจสอบราคาสินค้า







