
ธปท.เลิกรัฐตั้งงบขาดดุล แหยงน้ำมันฉุดเศรษฐกิจ
ธปท. ไม่ห่วงการจัดงบประมาณขาดดุลต่อเนื่องกว่า 7 แสนล้าน จะกระทบเป้าหมายเงินเฟ้อปีนี้ ห่วงราคาน้ำมันในตลาดโลกกดดันให้พุ่งขึ้นมากกว่า
ธปท. ไม่ห่วงการจัดงบประมาณขาดดุลต่อเนื่องกว่า 7 แสนล้าน จะกระทบเป้าหมายเงินเฟ้อปีนี้ ห่วงราคาน้ำมันในตลาดโลกกดดันให้พุ่งขึ้นมากกว่า
นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การอนุมัติกรอบงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2556 ที่กำหนดให้กรอบงบประมาณรายจ่าย 2.4 ล้านล้านบาท ประมาณการรายได้ 2.1 ล้านล้านบาท และให้ขาดดุล 3 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นการขาดดุลงบประมาณต่อเนื่องจากกรอบงบประมาณปี 2555 ที่ขาดดุล 4 แสนล้านบาทนั้น ไม่กระทบต่อแรงกดดันเงินเฟ้อในปีนี้ แม้ว่าในช่วง 2 ปี จะขาดดุลมากถึง 7 แสนล้านบาท
“อย่าลืมว่างบที่ตั้งจะทยอยเบิกจ่าย และใช้ในด้านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำ ป้องกันน้ำท่วม การจัดงบขาดดุล คงไม่ได้สร้างผลกระทบต่อเงินเฟ้อมากนัก ถ้านำเงินไปลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ดี ก็ส่งผลดีต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจด้วย” นายไพบูลย์ กล่าว
นายไพบูลย์ กล่าวว่า ปัจจัยที่น่าห่วงว่าจะกลายเป็นความเสี่ยงที่มากระทบเงินเฟ้อ และเป็นสิ่ง ธปท.กำลังติดตามดูผลกระทบอย่างใกล้ชิด คือราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางแหล่งผลิตน้ำมันรายใหญ่มากกว่า ว่าจะกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อในประเทศของไทยมากน้อยเพียงใด รวมถึงส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างไร เพราะแนวโน้มที่สูงขึ้นของราคาน้ำมันอาจสูงกว่าที่ ธปท.ใช้ในประมาณการเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ธปท.ยังไม่สรุปว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะกระทบต่อเงินเฟ้อมากน้อยเพียงใด
ทั้งนี้ ธปท.ตั้งสมมติฐานว่าราคาน้ำมันดูไบเฉลี่ยที่ 104 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จะทำให้เศรษฐกิจโตระดับ 4.9% เงินเฟ้อพื้นฐาน 1.7% และเงินเฟ้อทั่วไป 3.2%







