
เร่งขายตุนยอดสู้ปัจจัยลบ
แมคโดนัลด์ลุยหาลูกค้าใหม่โฟร์โมสต์ขยายช่องจำหน่าย
แมคโดนัลด์ลุยหาลูกค้าใหม่โฟร์โมสต์ขยายช่องจำหน่าย
“แมคโดนัลด์โฟร์โมสต์” ปรับแผนสู้สารพัดปัจจัยลบปี’55 เร่งขยายลูกค้าใหม่ลดเสี่ยง หวังตุนยอดเข้าเป้าในครึ่งปีแรก
นายเฮสเตอร์ชิว ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมคไทย ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารบริการด่วนแบรนด์ “แมคโดนัลด์” และนายชนินทร์ อรรจนานันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟรีสแลนด์ คัมพิน่า(ประเทศไทย) ผู้ดำเนินธุรกิจนมพร้อมดื่มโฟร์โมสต์ ร่วมเปิดเผยว่า จากปัจจัยลบ อาทิ ค่าแรงขั้นต่ำอัตรา 300 บาท เงินเดือนระดับปริญญาตรี 1.5 หมื่นบาท ต้นทุนวัตถุดิบ และภัยธรรมชาติ ซึ่งมีผลกระทบต่อต้นทุนดำเนินธุรกิจปี 2555 ทำให้ทั้งสองบริษัทเร่งแผนบริหารความเสี่ยงทางธุรกิจใหม่ เพื่อรีบทำยอดขายเพิ่มให้ครอบคลุมได้ตั้งแต่ภายในครึ่งปีแรกนี้
สำหรับปีนี้ บริษัท แมคไทย เตรียมงบลงทุนกว่า 650 ล้านบาท ขยายสาขาร้านแมคโดนัลด์ใหม่ 20 แห่ง ใกล้เคียงปีก่อนขยาย 13 สาขาใหม่ จากเป้า 18 สาขา เพราะปัญหาน้ำท่วมใหญ่ปลายปีก่อน โดย 5 สาขาที่เหลือจะขยายในปีนี้ จากปัจจุบันแมคโดนัลด์มี 160 สาขา แบ่งเป็นรูปแบบต่างๆ อาทิ ร้านอาหารเช้า 123 สาขา ร้านแมคโดนัลด์ 24 ชม. 63 สาขา ร้านบริการจัดส่ง (เดลิเวอรี) 87 สาขามี 35 จุดให้บริการ 24 ชม. แมคคาเฟ่ 80 จุด บริการไดรฟ์ทรู 36 จุด และบริการจุดของหวาน 86 จุด โดยมี 10 สาขาอยู่บนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส
บริษัทวางแผนขยายฐานลูกค้าใหม่เพิ่ม จากสาขาใหม่และการเพิ่มเมนูอาหารใหม่ๆ ในร้าน เพื่อเพิ่มปริมาณลูกค้าหมุนเวียน (ทราฟฟิก) ให้มากขึ้นราว 10% จากปัจจุบันเฉลี่ย 7 ล้านคนต่อปีในทุกสาขา มีการเข้าใช้บริการเฉลี่ย 1.3 ครั้งต่อสัปดาห์ต่อคน เพื่อให้ยอดขายครอบคลุมกับต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่ปรับสูงขึ้นในภาพรวม โดยเฉพาะค่าแรงงานขั้นต่ำใหม่เดือนเม.ย.นี้ ส่งผลให้ต้นทุนบุคลากรเพิ่ม 10-20% สัดส่วนเดียวกับต้นทุนค่าเช่าพื้นที่ โดยต้นทุนแรงงานระหว่างเดือนเม.ย.ธ.ค.ของบริษัทปีนี้ คาดอยู่ที่80-90 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน บริษัทยังได้สานยุทธศาสตร์ธุรกิจร่วม (สตราติจิก ซินเนอร์ยี) กับบริษัท ฟรีสแลนด์ฯ ขยายช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมยูเอชทีโฟรโมสต์ผ่านร้านแมคโดนัลด์ทุกสาขา โดยเฉพาะเครื่องดื่มนมสำหรับชุดอาหารสำหรับเด็กแฮปปี้มีล เพื่อเป็นทางเลือกในการบริโภคนอกเหนือจากเครื่องดื่มซอฟท์ดริงค์ โดยในปี55 บริษัทวางเป้ายอดขายเพิ่มขึ้น 25% จากปีก่อนมีย อดขายเติบโต 30% และวางเป้ามีอัตราการเข้าถึงกลุ่มครอบครัวไทยเพิ่มขึ้นอีก 35% จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 26%
นายชนินทร์ กล่าวว่า สำหรับยุทธศาสตร์กับแมคโดนัลด์ดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งแผนบริหารความเสี่ยงธุรกิจในปีนี้ของการขยายช่องทางจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่มยูเอชทีโฟร์โมสต์ จากปัจจุบันมีช่องทางหลักในร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (โมเดิร์นเทรด) สัดส่วน 50% และช่องทางร้านค้าปลีกทั่วไป (ทราดิชันนัล เทรด) 55% พร้อมมีแผนขยายช่องทางใหม่ๆ เพิ่มเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายบริษัทในการนำผลิตภัณฑ์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น และสร้างยอดขายให้เป็นไปตามเป้าตั้งแต่ภายในครึ่งแรกของปีนี้ จากเดิมมียอดขายหลักในช่วงไตรมาส 2 และ 4 และชะลอตัวในไตรมาส 3
พร้อมกันนี้บริษัทยังวางแผนขยายศูนย์กระจายสินค้า (ดีซี) แห่งที่ 3 ในรูปแบบการจัดจ้างภายนอก (เอาต์ซอร์ส) คาดทำเลอยู่ในเขตกรุงเทพฯปริมณฑล เดิมอยู่วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา







