posttoday
กลับลำช่วย3บริษัทลูกคืนไออาร์พีซี

กลับลำช่วย3บริษัทลูกคืนไออาร์พีซี

18 กุมภาพันธ์ 2555

พาณิชย์ยันไร้แรงกดดันกลุ่มม็อบสหภาพฯท่ามกลางข่าวลือการเมืองแทรกจ้องเด้งอธิบดี

พาณิชย์ยันไร้แรงกดดันกลุ่มม็อบสหภาพฯท่ามกลางข่าวลือการเมืองแทรกจ้องเด้งอธิบดี

พาณิชย์พลิกช่วย 3 บริษัทลูกไออาร์พีซี คืนบริษัทแม่ ยันไม่ได้ถูกม็อบกดดัน

นายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมได้พิจารณาคำขอการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการและอำนาจกรรมการของ 5 บริษัทในเครือบริษัท ไออาร์พีซีมี ทั้งหมด 8 คำขอ ซึ่งเป็นคำขอที่ทางฝ่ายผู้ถือหุ้นใหญ่หรือฝ่ายกระทรวงการคลังยื่นให้พิจารณาตั้งแต่เดือน พ.ย.ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยกรมได้พิจารณาและรับจดทะเบียนแก้ไขใหม่วันที่ 17 ก.พ.

ผลดังกล่าวทำให้ 3 บริษัท จาก 5 บริษัท มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ได้แก่ บริษัท น้ำมัน ไออาร์พีซี บริษัท ไออาร์พีซี โพลีออล เนื่องจากมีคำขอเปลี่ยนแปลงอำนาจกรรมการ ให้กรรมการ 2 ใน 5 คน เป็นผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัท

ทางด้านบริษัท ไทย เอบีเอส เป็นคำขอให้กรรมการ 2 ใน 4 มีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัทร่วมกัน หากดูจากรายชื่อกรรมการและอำนาจกรรมการที่เปลี่ยนแปลงใหม่แล้ว พบว่าอำนาจบริหารจัดการได้อยู่ในมือฝ่ายผู้ถือหุ้นใหญ่แล้ว

สำหรับอีก 2 บริษัท คือ บริษัท ไออาร์พีซี พลังงาน และบริษัท อุตสาหกรรม โพลียูรีเทนไทย พิจารณาคำขอให้แล้ว พบว่าเป็นการแจ้งกรรมการลาออกเท่านั้น จึงไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลง โดยอำนาจกรรมการยังเป็นไปตามคำสั่งศาลล้มละลายกลาง

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงอำนาจกรรมการครั้งนี้ หากมีฝ่ายใดไม่เห็นด้วย ก็สามารถยื่นเรื่องคัดค้านได้ภายใน 15 วัน โดยยืนยันว่าการพิจารณาอำนาจกรรมการใหม่ไม่ได้เกิดจากการถูกสหภาพในเครือบริษัท ไออาร์พีซี กดดัน โดย“เหตุการณ์นี้แบ่งเป็น 2 กรณี คือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกรรมการตามมติศาลล้มละลายกลางที่เห็นว่าการประชุมผู้ถือหุ้น เมื่อปี 2549 และปี 2552 ผิดจริง และการพิจารณาคำขอใหม่ที่ยื่นเรื่องค้างมา ซึ่งกรมดำเนินไปตามขั้นตอน” นายบรรยงค์ กล่าว

บริษัทแม่ ไออาร์พีซี โครงสร้างผู้ถือหุ้นยังเป็นเหมือนเดิม คือ กระทรวงการคลัง 69.68% ถือหุ้นผ่าน ปตท. กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนวายุภักษ์ เป็นต้น โดยบริษัทแม่ถือหุ้นในบริษัทลูก 5 บริษัท 99.99%

แหล่งข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงคำขอส่งผลให้อำนาจบริหารใน 3 บริษัทกลับมาอยู่กับรัฐ ส่วนอีก 2 บริษัท ซึ่งมีการปรับโครงสร้างตามมติศาลล้มละลายกลาง ทำให้อำนาจยังอยู่ในกลุ่มเลี่ยวไพรัตน์ตามเดิม แต่การเปลี่ยนแปลงหรือบริหารงานในบริษัทต้องได้รับมติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งมีฝ่ายไออาร์พีซีที่ถือหุ้นโดยคลังมากสุด เป็นผู้ออกเสียงใหญ่ที่จะกำหนดทิศทางและนโยบายได้อยู่

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า กระแสข่าวนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง สั่งให้ปลดนายบรรยงค์ เพราะไม่พอใจการแก้ปัญหาดังกล่าวนั้น ยังไม่เห็นคำสั่งและไม่เชื่อว่านายกิตติรัตน์จะทำ

ด้านนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ในฐานะผู้บริหารชุดใหม่ 5 บริษัทในเครือไออาร์พีซี กล่าวว่า การยึดสมบัติเอกชนเป็นของรัฐเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจอย่างยิ่ง สำหรับผู้ลงทุนต่างประเทศ

 

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่