
วิวรรธน์ เหมมณฑารพ ผู้นำ ปัญจวัฒนาพลาสติก
“วิวรรธน์ เหมมณฑารพ” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ปัญจวัฒนาพลาสติก (PJW)
“วิวรรธน์ เหมมณฑารพ” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ปัญจวัฒนาพลาสติก (PJW)
โดย..เจียรนัย อุตะมะ
ผู้ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ ที่กำลังจะขายหุ้นให้ประชาชนครั้งแรกในวันที่ 20-22 ก.พ.นี้ ก่อนที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ วันที่ 28 ก.พ. 2555
ชายคนนี้เป็นรุ่นที่ 2 ของตระกูลเหมมณฑารพ ที่ปลุกปั้นกิจการนี้มาตั้งแต่รุ่นพ่อ “คงศักดิ์” และ “มาลี” ผู้เป็นแม่ ประมาณ 35 ปีก่อน
“วิวรรธน์” เป็นบุตรชายคนโตของตระกูลคนไทยเชื้อสายจีน ที่มีน้องร่วมสายเลือดอีก 4 คน เติบโตคลุกคลีช่วยงานของครอบครัวมาด้วยกันตั้งแต่ยังเล็ก
“ย้อนไปประมาณ 35 ปีก่อน เดิมกิจการเราเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) คงศักดิ์ศรีมณฑา ผลิตขวดพลาสติก ขวดกาว ย่านคลองสาน เป็นห้องแถวเล็กๆ คนงานไม่ถึง 10 คน จนกระทั่งปัจจุบันเป็นพันคน จากนั้นเติบโตเรื่อยมาจนกระทั่งปี 2530 ย้ายโรงงานมาบางขุนเทียน เพราะกิจการขยาย ที่เดิมเริ่มคับแคบ”
ตามประสาคนจีนสมัยก่อนที่เลี้ยงดูลูกๆ แบบติดดิน ทุกคนต้องช่วยงานทางบ้าน ให้เรียนไปด้วยช่วยงานครอบครัวไปด้วยตั้งแต่เรียนชั้นประถม
“ข้างล่างเป็นโรงงาน ข้างบนเป็นห้องนอน ปิดเทอมก็ต้องช่วยงานครอบครัว คุณพ่อสอนให้ทำงานตั้งแต่เด็ก ผมเข้าไปช่วยงานแผนกพิมพ์ซิลก์สกรีนแบบคนงานทั่วไป แต่ไม่ให้ใกล้แผนกที่มีเครื่องจักรเพราะยังเด็ก ตอนนั้นคุณพ่อยังทำงานประจำบริษัทผลิตกล่องกระดาษ คุณแม่ทำงานที่โรงงานของเรา โดยมีคุณพ่อเป็นคนตัดสินใจบริหารงาน คุณแม่คอยสนับสนุน”
เมื่อบริษัทย้ายมาบางขุนเทียนเขาเรียนมัธยม เสาร์อาทิตย์และปิดเทอมทำงานในโรงงานหลายแผนก เข้างานเวลา 08.00 น. เลิกงาน 17.00 น. ไม่ได้เที่ยวเล่นเหมือนเด็กคนอื่น รวมถึงน้องชายของเขาด้วย
เมื่อเริ่มเรียนมหาวิทยาลัยปี 2530 เป็นปีเดียวกับที่บิดาเขาเปลี่ยนจาก หจก.มาเป็นบริษัท ปัญจวัฒนาพลาสติก โดยจดทะเบียนเมื่อวันที่ 30 พ.ย. ด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท
“ตั้งแต่ปี 14 ที่เรียนคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขาช่วยงานที่บ้านตลอด จนกระทั่งปี 4 เริ่มเข้ามาช่วยงานขาย วิ่งหาลูกค้า โชคดีที่ผู้ใหญ่เอ็นดู และบิดาไว้วางใจ ให้อำนาจตัดสินใจ ลองผิดลองถูก”
เมื่อจบปริญญาตรี ปี 2533 จึงเริ่มทำงานอย่างจริงจัง โดยดูที่การตลาดมากกว่าการผลิต เป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาด ทำงานได้ไม่นานก็ได้เรียนต่อ จนกระทั่งปัจจุบันได้ปริญญาโทอีก 2 ใบ คือ บริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และปริญญาโท สาขาการตลาด หลักสูตรนานาชาติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
วิวรรธน์ เล่าว่า บริษัทผ่านวิกฤตมาหลายวิกฤตและอยู่รอดได้อย่างดี จนกระทั่งปัจจุบันนี้มีรายได้งวด 9 เดือนแรกปี 2554 ที่ 1,244 ล้านบาท เติบโต 18% จาก 9 เดือนแรกปี 2553 และมีกำไรสุทธิ 112 ล้านบาท
ปี 2555 คาดว่ารายได้จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะโรงงานใหม่ที่ชลบุรีสร้างแล้วเสร็จเมื่อเดือน ก.ย. 2554 และเครื่องจักรจะพร้อมผลิตเต็มที่ตั้งแต่ไตรมาส 2 ปีนี้เป็นต้นไป โดยโรงงานแห่งนี้มีกำลังการผลิต 60% ของกำลังการผลิตของโรงงานแรกที่สมุทรสาคร และปีนี้ยังจะรับรู้เต็มปีของโรงงานจีนที่คิดเป็น 10% ของรายได้บริษัท
PJW มีนโยบายปันผล 40% ของกำไรสุทธิ โดยงวด 9 เดือนแรกปี 2554 ยังไม่ได้จ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้นมาก่อนเลย
ผลจากการเพิ่มทุนจาก 220 ล้านบาท เป็น 276 ล้านบาท โดยการขายหุ้น 112 ล้านหุ้น ในมูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 50 สตางค์ หรือราคาขายที่หุ้นละ 3.60 บาท คาดว่าจะทำให้สัดส่วนหนี้สินต่อทุนลดจาก 2.8 เท่า เหลือ 1 เท่า แต่ในระยะยาวบริษัทจะรักษาสัดส่วนหนี้สินต่อทุนไม่เกิน 1.5 เท่า เพราะมีแผนจะลงทุนโรงงานเพิ่มอีกในปี 2556 ที่ชลบุรี เพราะเพิ่งซื้อที่ดินเตรียมไว้
บริษัทมีรายได้ 6065% มาจากการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับบรรจุน้ำมันหล่อลื่น โดยลูกค้ารายใหญ่ทั้งไทยและเทศส่วนใหญ่เป็นลูกค้าของบริษัททั้ง ปตท. คาลเท็กซ์ เอสโซ่ เป็นต้น บริษัทได้ขยายโรงงานไปให้บริการลูกค้าจีนที่ตามคาลเท็กซ์ไป ปัจจุบันใน PJW มีเขาเป็นประธานกรรมการบริหาร น้องชายคนรอง “สาธิต” เป็นกรรมการผู้จัดการ และน้องชายคนเล็ก “พิรุฬห์” เป็นรองกรรมการผู้จัดการสายปฏิบัติการ ดูแลโรงงานสมุทรสาครและฝ่ายบุคคล และบิดามารดาที่ยังเป็นกรรมการของบริษัท
“วิวรรธน์” เพิ่งแต่งงานเมื่อปีก่อน จึงยังไม่มีทายาท แต่มีแผนจะมี เพราะภรรยาอายุเพิ่งกว่า 30 ปี ยามว่างเขาชอบเล่นกีฬา ตีกอล์ฟ อ่านหนังสือ แต่ร้างราไปหลายปีแล้ว และเป็นอาจารย์พิเศษที่นิด้าบ้าง







