posttoday
Whitney Houston the Greatest Love Of All

Whitney Houston the Greatest Love Of All

16 กุมภาพันธ์ 2555

ในสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีข่าวช็อกความรู้สึกของหลายๆ คน กับการที่โลกต้องสูญเสียนักร้องคุณภาพดีคนหนึ่งไป

ในสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีข่าวช็อกความรู้สึกของหลายๆ คน กับการที่โลกต้องสูญเสียนักร้องคุณภาพดีคนหนึ่งไป

คือ Whitney Houston ผู้มีผลงานเพลงที่โด่งดังไปทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเพลง “Saving All My Love For You” หรือ “How Will I Know” หรือ “Greatest Love Of All” และยังมีผลงานเพลงที่สร้างกำลังใจเพลงหนึ่งที่ผมชอบมากเป็นพิเศษ คือ One Moment In Time

หลายๆ ครั้งในอดีตที่ผ่านมา ผมเองมักจะตำหนิพระผู้เป็นเจ้าอยู่เสมอว่า “ทำไมท่านไม่ยุติธรรมเลย ทำไมหลายคนถึงเพียบพร้อมไปซะทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตา ความรู้ความสามารถ” Whitney Houston ก็คือคนหนึ่งที่ทำให้ผมเกิดความคิดเช่นนี้ เพราะเธอเป็นผู้ที่เกิดมาอย่างเพียบพร้อมจริงๆ ทั้งหน้าตาที่น่ารัก (โดยเฉพาะตอนแสดงเรื่อง The Bodyguard ในปี 2535) และยังเป็นนักร้องที่มีพลังเสียงที่ดีอย่างมาก

แต่เมื่อได้ทราบเรื่องราวของเธอถึงปัญหาต่างๆ ที่เธอประสบจนต้องพึ่งยาและเหล้า (ตามข่าว) ก็ทำให้ได้ประจักษ์ความจริงในหลายๆ ข้อ เช่น

No Body Is Perfect คือ ไม่มีใครสมบูรณ์ทุกอย่าง คนที่เราเห็นว่าเพียบพร้อมทั้งฐานะ หน้าตา ความรู้ ฯลฯ ก็อาจไม่มีความสุขเท่าเราก็เป็นได้

เหล้าหรือยาไม่เคยช่วยใครให้ได้ดี จริงๆ แล้วเหมือนปีศาจด้วยซ้ำที่หลอกให้เรามีความสุขที่จะอยู่กับมันในช่วงแรกที่เริ่มคบ แต่เมื่อลึกซึ้งกับมันแล้ว มันก็กลับเป็นปีศาจที่ทำร้ายชีวิตเราเอง (เหมือนกับกรณีหนุ่มสาวที่โชคร้ายพบกับคนที่ไม่ใช่ในทำนองเดียวกัน) หลายคนที่โชคดีสามารถรู้ตัวและเอาชนะได้ก่อนที่จะสายเกินไป แต่หลายคนก็ไม่ได้โชคดีอย่างนั้น

การที่คนเราชอบเอาตนเองไปเทียบกับคนอื่น โดยเฉพาะคนที่ดูแล้วเหนือกว่า เหตุผลหนึ่งผมคิดว่าเป็นเพราะคนเรามีนิสัยชอบทำร้ายตนเอง เช่น ชอบคิดว่าตนเองด้อยเสมอ (You are OK, I’m not OK) ดังนั้นหากเรามีสติสักนิด พยายามมองคนให้เป็นคน คือ ทุกคนมีข้อดีข้อเสีย มีคราวสุขมีคราวทุกข์ด้วยกันทั้งนั้น เราก็จะได้สบายใจ เมื่อคราวเราทุกข์ เราก็จะได้รู้ว่าเราไม่ได้ทุกข์ตลอดชาติ และไม่ได้ทุกข์คนเดียว หรือเช่นกัน ข้อเสียที่เรามีก็เป็นเรื่องปกติที่คนอื่นอีกเป็นล้านเป็นแสนคนก็มี

และเมื่อเรามีสติ มองทุกอย่างเป็นปกติตามความเป็นจริงของมันแล้ว เราก็จะมีภูมิคุ้มกันที่ดีระดับหนึ่งให้กับชีวิตของเราเอง ไม่มองชีวิตเลวร้ายจนเกินไป ไม่มองปัญหาใหญ่เกินกว่าตัวปัญหาเอง (เหมือนอย่างหลายครั้งที่ผมเองก็เป็น คือ เมื่อพบปัญหาที่หนักหนาก็มักจะคิดเสมอว่า ทำไมต้องเป็นเรา ชาติก่อนทำกรรมอะไรไว้ถึงได้มาเจอปัญหาที่เลวร้ายอย่างนี้) แต่เมื่อเหตุการณ์ผ่านไป แทบทุกครั้งจะรู้สึกเลยว่าจริงๆ แล้วไม่มีอะไร เราคิดไปเองเท่านั้น ถึงคิดได้ว่า “ขนาดของปัญหาขึ้นอยู่กับความคิด ขนาดของคำตอบขึ้นอยู่กับขนาดของหัวใจ”

แต่หากมีบางครั้งที่เรารู้สึกว่าปัญหานั้นหนักหนาจริงๆ ผมก็อยากขอให้เรายึดมั่น ศรัทธาในศาสนาหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราเคารพนับถือ เพราะช่วยเราได้จริง อย่างศาสนาพุทธที่บอกว่า “หากปัญหานั้นแก้ไขได้ จะเครียดกับมันไปทำไม แต่หากปัญหานั้นแก้ไขไม่ได้ เครียดไปมีประโยชน์อะไร”

สำหรับผมเอง ผมกลับชอบนำคำสอนของศาสนาคริสต์มาเตือนใจเสมอเมื่อมีปัญหา คือ

“บรรดาผู้ทำงานเหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา และเราจะให้ท่านทั้งหลายหายเหนื่อยเป็นสุข” (มัทธิว 11.28)

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน