
แม็คยีนส์ดึงมือการเงินร่วมบริหาร
แม็ค ยีนส์ หลังไร้เงา ธนา ดึงมือการเงินบริหารพร้อมแต่งตัวเข้าตลาดปีหน้า รับแผน3ปีปรับระบบซัพพลายเชน
แม็ค ยีนส์ หลังไร้เงา ธนา ดึงมือการเงินบริหารพร้อมแต่งตัวเข้าตลาดปีหน้า รับแผน3ปีปรับระบบซัพพลายเชน
นส.สุณี เสรีภาณุ กรรมการผู้จัดการบริษัทพี.เค.การ์เม้นท์(อิมปอร์ต-เอ็กซปอร์ต) ผู้ผลิตและทำตลาดเครื่องแต่งกายแฟชันแบรนด์‘แม็คยีนส์’เปิดเผยว่าหลังจากนายธนา เธียรอัจฉริยะ ลาออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร(ซีอีโอ)บริษัทและมีผลเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยปัจจุบันตนเองได้เข้ามาดูแลและรับผิดชอบในตำแหน่งดังกล่าวแทนอีกครั้ง พร้อมดึงผู้บริหารมืออาชีพด้านต่างๆ เพื่อเข้ามาเสริมศักยภาพองค์กรบริษัทให้มีความแข็งแกร่งเพื่อรองรับการทำตลาดเชิงรุกทั้งในและต่างประเทศนับจากนี้
ทั้งนี้บริษัทได้ว่าจ้างที่ปรึกษาด้านการเงิน 2 ราย คือ นางปราถนา มงคลกุล อดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัทไมเนอร์ อินเตอร์ เนชั่นแนล เข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการ และที่ปรึกษาด้านการเงิน และนายสมชัย อภิวัฒนพร อดีตรองอธิบดีกรมสรรพสามิต มาเป็นกรรมการและที่ปรึกษาด้านกฎระเบียบการเงิน พร้อมเตรียมดึงผู้บริหารรุ่นใหม่เข้ามาเสริมประสิทธิภาพองค์กรให้เป็นมืออาชีพด้านการบริหาร จากเดิมที่เป็นรูปแบบธุรกิจครอบครัวมานานานกว่า40ปี เพื่อเตรียมความพร้อมนำกิจการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯได้ในปี56นี้
พร้อมเตรียมปรับระบบซัพพลายเชนใหม่ภายใน 3ปีนับจากนี้ โดยใน2ปีแรกจะใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท เริ่มตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ อาทิ กระบวนการผลิต จากการติดตั้งเครื่องจักรใหม่, การตัดเย็บ, และสินค้นค้าสำเร็จรูป รวมถึงการฝึกอบรมและพัฒนาฝีมือบุคลากรให้เพียงพอต่อกำลังการผลิตสินค้าที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต และสอดคล้องกับต้นทุนการผลิตที่ดีขึ้น จากผลกระทบนโยบายการปรับค่าแรงขั้นต่ำอัตรา300 บาทที่บังคับใช้ไปแล้ว ส่งผลให้บริษัทมีต้นทุนค่าแรงเพิ่มขึ้น 40% และทำให้ต้นทุนการผลิตในภาพรวมสูงขึ้น 12-13% ในปีที่ผ่านมา
บริษัท ยังเตรียมหาแหล่งวัตถุดิบต่างๆ และการว่าจ้างการผลิตสินค้ากลุ่มเครื่องประดับต่างๆ(แอคเซสซอรีส์)ภายใต้แบรนด์ “แมค ยีนส์” ซึ่งจะเป็นสินค้ากลุ่มใหม่ของบริษัทในอนาคต เช่น ชุดชั้นใน, ชุดว่ายน้ำ หมวก เป็นต้น เพื่อเพิ่มสัดส่วนยอดขายจากไลน์สินค้าเครื่องแต่งกายปกติ หลังพบว่าสินค้ากลุ่มนี้สามารถสร้างยอดขายให้กับแบรนด์เนมแฟชันได้มากกว่า 30-50% ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการเอาท์ซอร์สและทำตลาดจากพม่าเพื่อลดต้นทุนด้านแรงงาน เป็นต้น
นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมใช้กลยุทธ์การเข้าซื้อหรือควบรวมกิจการธุรกิจแฟชันแบรนด์เนมที่มีศักยภาพในประเทศเพื่อเข้ามาต่อยอดธุรกิจบริษัทในอนาคต พร้อมเตรียมแผนแตกบริษัทลูกด้านการค้า(เทรดดิง), และบริษัทด้านประกอบเฟอร์นิเจอร์(ฟิคเจอร์) เพื่อความคล่องตัวในการขยายสาขาร้านค้าเดี่ยว(สแตนด์อโลน)ร้านแม็ค ยีนส์ด้วย โดยในปีนี้บริษัทวางแผนขยายร้านสาขาสแตนด์อโลน เพิ่มขึ้น 30 สาขาใหม่ และวางเป้าภายใน 3ปีนับจากนี้จะมี 200 แห่งทั่วประเทศ
ปัจจุบันมีสาขา แม็ค ยีนส์ สแตนด์ อโลนทั้งสิ้น 80แห่ง โดยในเดือนมี.ค.นี้ บริษัทเตรียมแนะนำสินค้ารุ่นเทปไลน์ใหม่ออกสู่ตลาดอีก 10 รุ่น พร้อมเตรียมเปิดนวัตกรรมใหม่สู่ตลาดอย่างต่อเนื่องทั้งปีนี้ จากปีที่ผ่านมาบริษัทมียอดขาย 2,300 ล้านบาท เติบโต30% และวางเป้าเติบโตในปีนี้ 30% โดยวางเป้าเติบโตใน4ปี(2554-2558)แบบเท่าตัว หรืออยู่ที่ประมาณ5,000-6,000 ล้านบาท จากการขยายตัวการทำตลาดเชิงรุกทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในแถบภูมิภาคอาเซียน หรือในประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ พม่า ที่จะมีศักยภาพเติบโตสูงในตลาดแฟชันในอนาคต







