
การบริหารความเสี่ยงทั้งองค์กร (EnterpriseWide Risk Management)
....นิพนธ์ สุรพงษ์รักเจริญ
บทพิสูจน์ความท้าทายของผู้บริหารระดับสูง... ในสถานการณ์ปัจจุบันที่โลกต่างกำลังเผชิญกับความเสี่ยงนานัปการ ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงทางด้านเศรษฐกิจการเงินครั้งล่าสุดที่มีต้นตอจากสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้สถาบันการเงินชั้นนำของโลกได้รับผลกระทบอย่างถ้วนหน้า ความเสี่ยงจากการขาดแคลนพลังงานทำให้ทุกประเทศต้องปรับตัวหันไปพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนขนานใหญ่ ความเสี่ยงจากปัญหาภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงส่งผลให้ผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับการบริโภคสินค้าและบริการที่ช่วยลดสภาวะโลกร้อน เป็นต้น สิ่งต่างๆ เหล่านี้ แสดงให้เห็นว่าการบริหารจัดการความเสี่ยง (Risk Management) เป็นสิ่งสำคัญต่อการบริหารจัดการขององค์กรธุรกิจในปัจจุบัน
เพราะองค์กรที่มีความพร้อมในการประเมินความเสี่ยงต่างๆ จะสามารถปรับตัวและเปลี่ยนแปลงองค์กรเพื่อลดโอกาสและขนาดของผลกระทบของเหตุการณ์ที่จะก่อให้เกิดความเสี่ยงกับองค์กรได้ รวมทั้งยังสามารถสร้างสรรค์โอกาสทางธุรกิจให้เกิดขึ้นกับองค์กรในท่ามกลางความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้ ในทางกลับกันหากองค์กรใดก็ตามเพิกเฉยต่อการบริหารจัดการความเสี่ยงดังกล่าว ก็อาจนำไปสู่ความเสี่ยงสูงสุด นั่นคือหายนะขององค์กรได้นั่นเอง
เดิมทีนั้นบทบาทหน้าที่การบริหารความเสี่ยงเป็นเพียงบทบาทหน้าที่ของผู้บริหารสูงสุด หรือ ซีอีโอ ที่จะกำหนดทิศทางในเรื่องดังกล่าวแต่เพียงอย่างเดียว แต่ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าบทบาทหน้าที่ของการบริหารความเสี่ยงนั้นจะต้องดูแลให้ครบถ้วนทั้งองค์กร จึงเป็นบทบาทและความรับผิดชอบของทุกคนที่เกี่ยวข้องในฐานะเจ้าของความเสี่ยงตั้งแต่คณะกรรมการ ผู้บริหารระดับสูง ไปจนถึงพนักงานระดับล่างทุกคน
ซึ่งในส่วนของผู้บริหารนั้นจะต้องกำหนดทิศทางและนโยบาย ตลอดจนกำกับดูแลการทำงานต่างๆ ขององค์กรเพื่อลดโอกาสที่จะก่อให้เกิดความเสี่ยงที่อาจสร้างความเสียหายให้กับองค์กรทั้งในปัจจุบันและอนาคตให้อยู่ในระดับที่สามารถยอมรับได้ ประเมินได้ ควบคุมได้ และตรวจสอบได้อย่างมีระบบ โดยคำนึงถึงการบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์กรเป็นสำคัญ
ดังนั้นจะเห็นว่าการบริหารความเสี่ยงทั้งองค์กรในปัจจุบัน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีทั้งศาสตร์และศิลป์ เพราะการบริหารความเสี่ยงนั้นมีทั้งความเสี่ยงที่ทำให้องค์กรไม่บรรลุเป้าหมาย ขณะเดียวกันก็มีโอกาสในเชิงธุรกิจจากความเสี่ยงที่เกิดขึ้นนั้นๆ ฉะนั้นแต่ละองค์กรควรจะได้พิจารณาประเด็นต่างๆ เพื่อการบริหารความเสี่ยงทั้งองค์กรจะบรรุลเป้าหมายดังต่อไปนี้
1.การส่งเสริมพนักงานให้เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (Creativity) เพราะความคิดริเริ่มสร้างสรรค์นั้นจะก่อให้เกิดนวัตกรรม (Innovation) และช่วยให้มองเห็นโอกาสที่อาจจะมาพร้อมกับความเสี่ยงต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ จะเห็นได้ว่าธุรกิจจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการพัฒนานวัตกรรมเพื่อการเติบโตที่อย่างยืน
2.สร้างวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงขององค์กรอย่างต่อเนื่อง (Corporate Culture) เพื่อให้ทุกคนมีความตระหนักว่าแต่ละคนเป็นผู้จัดการความเสี่ยงขององค์กร โดยจะต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูง ซึ่งวัฒนธรรมในการบริหารความเสี่ยงให้เหมาะสมจะช่วยให้องค์กรก้าวไปสู่ความสำเร็จได้อย่างยั่งยืนต่อไป
3.กระบวนการการทำงานเป็นทีม (Teamwork) ซึ่งกระบวนการในการบริหารความเสี่ยงทั้งองค์กร จะช่วยกระตุ้นให้พนักงานเกิดความตื่นตัวอยู่เสมอ ทั้งยังช่วยส่งเสริมให้เกิดการทำงานเป็นทีมของภาคส่วนต่างๆ ในองค์กร
4.การแก้ปัญหาการประสานงานและการสื่อสารที่ขาดประสิทธิภาพ โดยกระบวนการในการบริหารความเสี่ยงจะช่วยเชื่อมโยงระหว่างการกำหนดนโยบาย กลยุทธ์ แผนปฏิบัติการ และกิจกรรมต่างๆ ขององค์กรอย่างบูรณาการ
ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่าถ้าผู้นำไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการบริษัท หรือซีอีโอ ที่ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงจะเรียกได้ว่าเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agent) เข้าสู่องค์กร โดยจะนำองค์กรไปสู่ความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) และสุดท้ายจะนำไปสู่การบริหารจัดการความรู้ที่ดี (Knowledge Management) ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้เองจะเป็นหัวใจสำคัญในการผลักดันให้องค์กรก้าวไปสู่ความสำเร็จและการเติบโตอย่างยั่งยืนในที่สุด (Sustainable Growth)







