posttoday
เอสเจอร์ชูเบรนด์

เอสเจอร์ชูเบรนด์

04 กุมภาพันธ์ 2555

วันนี้ต้องยอมรับว่า “เอสเนเจอร์” แบรนด์ขายตรงน้องใหม่ ในเครือบริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์

วันนี้ต้องยอมรับว่า “เอสเนเจอร์” แบรนด์ขายตรงน้องใหม่ ในเครือบริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์

โดย..เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร

ค่อนข้างมาแรง จากการเปิดตัวเมื่อปี 2552 ด้วยยอดขาย 65 ล้านบาท ปีที่ผ่านมา เอสเนเจอร์ ปิดด้วยยอดขาย 353 ล้านบาท เติบโต 165% จากปี 2553

บัญชา เหมินทคุณ รองกรรมการผู้จัดการ ด้านธุรกิจเครือข่ายเอสเนเจอร์ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ กล่าวว่า บริษัทมีนโยบายรุกตลาดปีมังกรทอง 2555 ด้วยแนวคิด Big Change, Big Success เพื่อบรรลุเป้าหมายยอดขาย 460 ล้านบาท และก้าวสู่ตลาดอาเซียนอย่างจริงจัง ด้วยการเปิดสาขาเพิ่มเติมที่กัมพูชาในเดือน พ.ค. และอินโดนีเซียในเดือน ธ.ค. หลังจากก่อนหน้านี้ได้บุกตลาดพม่าและลาวไปแล้ว

“ขณะนี้มีผู้สนใจติดต่อขอร่วมทุนในธุรกิจเครือข่ายเอสเนเจอร์ในหลายประเทศ รวมทั้งประเทศจีน ซึ่งหลังจากเอสเนเจอร์รุกตลาดเข้าตลาดเออีซีครบทุกประเทศแล้ว ก็จะพิจารณาการลงทุนในจีนต่อไป คาดว่าจะใช้เวลาภายใน 10 ปี” บัญชา กล่าว

ทั้งนี้ ในการบุกตลาดต่างประเทศของเอสเนเจอร์ได้ทำการวิจัยธุรกิจ (Business Research) ว่าพฤติกรรมการบริโภคในแต่ละประเทศเป็นอย่างไร มีความต้องการสินค้าในรูปแบบใดบ้าง เช่น ในประเทศพม่าได้ศึกษาวิจัยอย่างละเอียดแล้วว่า ประเทศพม่านั้นมีการทำเกษตรกรรมเป็นหลัก จึงได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ เอส แมทริกซ์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับพืช ทำให้นักธุรกิจเอสเนเจอร์ในพม่ามีความได้เปรียบทางธุรกิจและประสบความสำเร็จมากกว่าค่ายอื่นๆ ที่เข้าไปเปิดตลาด

นอกจากนี้ นโยบายการตลาดปี 2555 ในแนวคิด Big Change, Big Success โดยมีเป้าหมายในการสร้างแบรนด์เอสเนเจอร์ให้ครองใจตลาดอาเซียน (เออีซี) ซึ่งกลยุทธ์หลัก คือ การชูความเป็น Greenovative หมายถึง การนำผลิตภัณฑ์ที่ก้าวหน้ามีนวัตกรรมและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างสรรค์กิจกรรมส่งเสริมการขาย ด้วยงบประมาณสื่อสารการตลาด 50 ล้านบาท

บัญชา กล่าวว่า ระบบการบริหารจัดการธุรกิจขายตรงของเอสเนเจอร์ที่เรียกว่า One Code, One World ที่บริษัทได้พัฒนาขึ้น ทำให้ผู้นำธุรกิจของเอสเนเจอร์สามารถขยายธุรกิจของตนในประเทศเออีซี โดยสามารถนับรวมผลงานและเชื่อมโยงกันได้ เป็นการรองรับตลาดเออีซี ที่รวมฐานตลาดและการผลิตเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

สำหรับแผนการลงทุนการขยายธุรกิจและสาขาในประเทศ จากปัจจุบัน 15 สาขา ในปีนี้จะเพิ่มสาขาที่ จ.อุดรธานี และมีแผนที่จะเปิดในภาคใต้อีก 1 สาขา และล่าสุดได้เปิดตัว เอสเนเจอร์ จีโนมิก แล็บ (SNatur Genomic Lab) เทคโนโลยีการตรวจสุขภาพระดับดีเอ็นเอ วางแผนให้คำปรึกษาและดูแลสุขภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ โดยตั้งเป้ามีสมาชิก 1 แสนรหัสในสิ้นปี 2555

ด้าน ยอดชาย ตั้งใจดีบริสุทธิ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด กล่าวว่า ขณะนี้ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์เอสเนเจอร์มี 6 กลุ่มสินค้า ซึ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ทำรายได้สูงสุดคิดเป็นสัดส่วนของยอดขายรวมตามลำดับ คือ 1.กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Health Care Products) เช่น ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มโอไรซ์, เอสเนเจอร์ ไดแนมมิค พลัส, ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มยินตัน เป็นต้น คิดเป็น 65% ของยอดขายรวม 2.กลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิว (Skin Care Products) ภายใต้แบรนด์เอเดนเต้ (EDENTEE) คือ เอเดนเต้ ไวท์ ยูนิเวิร์ส และเอเดนเต้ ฟอร์เอฟเวอร์ ยัง คิดเป็น 17%

3.กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัว (Personal Care Products) คิดเป็น 10% คือ ผลิตภัณฑ์ครีมอาบน้ำและครีมทาผิวแมงโกสทาน่า , ยาสีฟันไวท์แอนด์เฟรช และน้ำยาบ้วนปากมายด์แอนด์เฟรช เป็นต้น 4.กลุ่มผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน (Home Care Products) 8% คือ ผลิตภัณฑ์ผงซักฟอกโซ พาวเวอร์, ผลิตภัณฑ์น้ำยาปรับผ้านุ่มโซ ซอฟท์ และผลิตภัณฑ์น้ำยาล้างจานโซ คลีน

สำหรับปี 2555 ได้เพิ่มอีก 2 กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ 5.กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรม (Innovative Product) ได้แก่ ชุดชั้นในปรับสรีระ Scurve Nasara by SNatur และ Magnetic Pen ซึ่งเป็นปากกากดจุดนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น และยังมีผลิตภัณฑ์เหยือกกรองน้ำแอลคาไลน์ต้านอนุมูลอิสระ BIOCERA by SNatur ซึ่งนำเข้าจากประเทศเยอรมนี นอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่ 6.กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตร (Agricultural Product) คือ เอส แมทริกซ์ ซึ่งเป็นอาหารเสริมสำหรับพืช

สำหรับแนวโน้มตลาดธุรกิจเครือข่ายในขณะนี้การแข่งขันเกิดขึ้นอย่างดุเดือด เนื่องจากมีผู้ประกอบธุรกิจเครือข่ายจากต่างประเทศเข้ามาบุกตลาด แต่เอสเนเจอร์ก็มีความพร้อมในการที่จะนำพานักธุรกิจเอสเนเจอร์ให้ก้าวสู่ระดับโลกได้อย่างแน่นอน  

 

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน