
เอสเจอร์ชูเบรนด์
วันนี้ต้องยอมรับว่า “เอสเนเจอร์” แบรนด์ขายตรงน้องใหม่ ในเครือบริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์
วันนี้ต้องยอมรับว่า “เอสเนเจอร์” แบรนด์ขายตรงน้องใหม่ ในเครือบริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์
โดย..เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร
ค่อนข้างมาแรง จากการเปิดตัวเมื่อปี 2552 ด้วยยอดขาย 65 ล้านบาท ปีที่ผ่านมา เอสเนเจอร์ ปิดด้วยยอดขาย 353 ล้านบาท เติบโต 165% จากปี 2553
บัญชา เหมินทคุณ รองกรรมการผู้จัดการ ด้านธุรกิจเครือข่ายเอสเนเจอร์ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ กล่าวว่า บริษัทมีนโยบายรุกตลาดปีมังกรทอง 2555 ด้วยแนวคิด Big Change, Big Success เพื่อบรรลุเป้าหมายยอดขาย 460 ล้านบาท และก้าวสู่ตลาดอาเซียนอย่างจริงจัง ด้วยการเปิดสาขาเพิ่มเติมที่กัมพูชาในเดือน พ.ค. และอินโดนีเซียในเดือน ธ.ค. หลังจากก่อนหน้านี้ได้บุกตลาดพม่าและลาวไปแล้ว
“ขณะนี้มีผู้สนใจติดต่อขอร่วมทุนในธุรกิจเครือข่ายเอสเนเจอร์ในหลายประเทศ รวมทั้งประเทศจีน ซึ่งหลังจากเอสเนเจอร์รุกตลาดเข้าตลาดเออีซีครบทุกประเทศแล้ว ก็จะพิจารณาการลงทุนในจีนต่อไป คาดว่าจะใช้เวลาภายใน 10 ปี” บัญชา กล่าว
ทั้งนี้ ในการบุกตลาดต่างประเทศของเอสเนเจอร์ได้ทำการวิจัยธุรกิจ (Business Research) ว่าพฤติกรรมการบริโภคในแต่ละประเทศเป็นอย่างไร มีความต้องการสินค้าในรูปแบบใดบ้าง เช่น ในประเทศพม่าได้ศึกษาวิจัยอย่างละเอียดแล้วว่า ประเทศพม่านั้นมีการทำเกษตรกรรมเป็นหลัก จึงได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ เอส แมทริกซ์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับพืช ทำให้นักธุรกิจเอสเนเจอร์ในพม่ามีความได้เปรียบทางธุรกิจและประสบความสำเร็จมากกว่าค่ายอื่นๆ ที่เข้าไปเปิดตลาด
นอกจากนี้ นโยบายการตลาดปี 2555 ในแนวคิด Big Change, Big Success โดยมีเป้าหมายในการสร้างแบรนด์เอสเนเจอร์ให้ครองใจตลาดอาเซียน (เออีซี) ซึ่งกลยุทธ์หลัก คือ การชูความเป็น Greenovative หมายถึง การนำผลิตภัณฑ์ที่ก้าวหน้ามีนวัตกรรมและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างสรรค์กิจกรรมส่งเสริมการขาย ด้วยงบประมาณสื่อสารการตลาด 50 ล้านบาท
บัญชา กล่าวว่า ระบบการบริหารจัดการธุรกิจขายตรงของเอสเนเจอร์ที่เรียกว่า One Code, One World ที่บริษัทได้พัฒนาขึ้น ทำให้ผู้นำธุรกิจของเอสเนเจอร์สามารถขยายธุรกิจของตนในประเทศเออีซี โดยสามารถนับรวมผลงานและเชื่อมโยงกันได้ เป็นการรองรับตลาดเออีซี ที่รวมฐานตลาดและการผลิตเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
สำหรับแผนการลงทุนการขยายธุรกิจและสาขาในประเทศ จากปัจจุบัน 15 สาขา ในปีนี้จะเพิ่มสาขาที่ จ.อุดรธานี และมีแผนที่จะเปิดในภาคใต้อีก 1 สาขา และล่าสุดได้เปิดตัว เอสเนเจอร์ จีโนมิก แล็บ (SNatur Genomic Lab) เทคโนโลยีการตรวจสุขภาพระดับดีเอ็นเอ วางแผนให้คำปรึกษาและดูแลสุขภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ โดยตั้งเป้ามีสมาชิก 1 แสนรหัสในสิ้นปี 2555
ด้าน ยอดชาย ตั้งใจดีบริสุทธิ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด กล่าวว่า ขณะนี้ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์เอสเนเจอร์มี 6 กลุ่มสินค้า ซึ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ทำรายได้สูงสุดคิดเป็นสัดส่วนของยอดขายรวมตามลำดับ คือ 1.กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Health Care Products) เช่น ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มโอไรซ์, เอสเนเจอร์ ไดแนมมิค พลัส, ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มยินตัน เป็นต้น คิดเป็น 65% ของยอดขายรวม 2.กลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิว (Skin Care Products) ภายใต้แบรนด์เอเดนเต้ (EDENTEE) คือ เอเดนเต้ ไวท์ ยูนิเวิร์ส และเอเดนเต้ ฟอร์เอฟเวอร์ ยัง คิดเป็น 17%
3.กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัว (Personal Care Products) คิดเป็น 10% คือ ผลิตภัณฑ์ครีมอาบน้ำและครีมทาผิวแมงโกสทาน่า , ยาสีฟันไวท์แอนด์เฟรช และน้ำยาบ้วนปากมายด์แอนด์เฟรช เป็นต้น 4.กลุ่มผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน (Home Care Products) 8% คือ ผลิตภัณฑ์ผงซักฟอกโซ พาวเวอร์, ผลิตภัณฑ์น้ำยาปรับผ้านุ่มโซ ซอฟท์ และผลิตภัณฑ์น้ำยาล้างจานโซ คลีน
สำหรับปี 2555 ได้เพิ่มอีก 2 กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ 5.กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรม (Innovative Product) ได้แก่ ชุดชั้นในปรับสรีระ Scurve Nasara by SNatur และ Magnetic Pen ซึ่งเป็นปากกากดจุดนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น และยังมีผลิตภัณฑ์เหยือกกรองน้ำแอลคาไลน์ต้านอนุมูลอิสระ BIOCERA by SNatur ซึ่งนำเข้าจากประเทศเยอรมนี นอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่ 6.กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตร (Agricultural Product) คือ เอส แมทริกซ์ ซึ่งเป็นอาหารเสริมสำหรับพืช
สำหรับแนวโน้มตลาดธุรกิจเครือข่ายในขณะนี้การแข่งขันเกิดขึ้นอย่างดุเดือด เนื่องจากมีผู้ประกอบธุรกิจเครือข่ายจากต่างประเทศเข้ามาบุกตลาด แต่เอสเนเจอร์ก็มีความพร้อมในการที่จะนำพานักธุรกิจเอสเนเจอร์ให้ก้าวสู่ระดับโลกได้อย่างแน่นอน







