
ซ่อมบ้านกระเป๋าฉีก ปูนขอขึ้นตันละ200บ.
ปูนอินทรี สุดอั้นขอขยับราคา 200 บาทต่อตัน โดยไม่รวมค่าขนส่ง
ปูนอินทรี สุดอั้นขอขยับราคา 200 บาทต่อตัน โดยไม่รวมค่าขนส่ง
หลังลดราคาช่วยน้ำท่วมไตรมาส 4 ปีก่อน จี้รัฐเร่งทำแผนลงทุนป้องกันน้ำท่วมให้เป็นรูปธรรม
น.ส.จันทนา สุขุมานนท์ รองประธานบริหาร การตลาดและงานขาย บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง ผู้ผลิตปูนซีเมนต์อินทรี และวัสดุทดแทนไม้ธรรมชาติคอนวูด เปิดเผยว่า เตรียมปรับราคาขายปูนซีเมนต์ขึ้นอีก 200 บาท จากปัจจุบันอยู่ที่ 2,200 บาท เป็น 2,400 บาทต่อตัน หลังจากที่ลดราคาขายลงเหลือ 2,200 บาท เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยราคาที่จะปรับเพิ่มขึ้นนั้น จะไม่รวมกับค่าขนส่งเนื่องจากบริษัทฯมีภาระต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น
“ปัจจุบันราคาปูนซีเมนต์ในไทยถือว่าต่ำที่สุดในโลก ราคาที่ขายวันนี้เมื่อเทียบกับปีก่อนถือว่ามีราคาเท่ากัน แต่ราคาที่ขยับขึ้น 200 บาทนั้นถือว่าต่ำ เนื่องจากยังไม่ถึงราคาเพดานที่กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ควบคุมไว้ที่ราคาไม่เกิน 2,600 บาทต่อตัน” น.ส.จันทนา กล่าว
ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตปูนซีเมนต์ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะถ่านหินประเภทโคลต์ ปรับสูงขึ้นถึง 20% และก่อนหน้านี้ผู้ผลิตยังได้รับความเสียหายจาก รถปูนผสมเสร็จที่อยู่ระหว่างซ่อมต้องรออะไหล่ พื้นที่ผสมปูนหรือแพล้นปูน รวมไปถึงทรายที่ต้องนำมาใช้ผสมปูนขาดแคลนเพราะน้ำท่วม
นอกจากนี้ บริษัทต้องการให้รัฐบาลเร่งวางแผนลงทุนเพื่อป้องกันน้ำท่วมอย่างรวดเร็ว และให้เกิดเป็นรูปธรรม เพื่อจะเป็นตัวขับเคลื่อนการใช้วัสดุก่อสร้าง และเกิดการลงทุนใหม่ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง
สำหรับตลาดรวมปูนซีเมนต์ในปี 2554 มีปริมาณการผลิต 27.9 ล้านตันต่อปี โตจากปีก่อนหน้า 4% ส่วนปีนี้คาดว่าตลาดรวมจะอยู่ที่ 29 ล้านตันต่อปี หรือเติบโต 5% ซึ่งใกล้เคียงกับตัวเลขจีดีพีทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยปริมาณการใช้ปูนจะเกิดกับงานก่อสร้างและซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภค 40% งานก่อสร้างภาคเอกชน 30% และงานซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม 30%
ปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตรวม 13 ล้านตันต่อปี ส่งออก 20% ขายในประเทศ 80% โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดในประเทศ 27% ซึ่งปีที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้จากการขาย 23,150 ล้านบาท และปีนี้ตั้งเป้าว่าจะเติบโตด้านยอดขายไม่ต่ำกว่า 10%
แผนลงทุนในปีนี้ได้เตรียมใช้งบจำนวน 4,500 ล้านบาท ก่อสร้างโรงงานปูนซีเมนต์ในเมืองกำปอด ประเทศกัมพูชา ซึ่งคาดว่าจะเริ่มผลิตได้ในอีก 3 ปี ด้วยกำลังการผลิต 2,500-3,200 ตันต่อวัน และอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อซื้อโรงงานปูนซีเมนต์ที่พม่า แลและลงทุนในโรงงานวัสดุทดแทนไม้ธรรมชาติ คอนวูดอีก 1,000 ล้านบาท







