posttoday
บัวทองผวาการเมืองป่วน

บัวทองผวาการเมืองป่วน

01 มีนาคม 2553

หลังคดียึดทรัพย์จุดชนวน ตั้งเป้าขายปีนี้เท่าปีก่อน

โพสต์ทูเดย์ — กลุ่มบัวทอง ชี้ตลาดอสังหาริมทรัพย์หลังตัดสินยึดทรัพย์ยังไม่น่าวางใจ คงเป้ายอดขายเท่าเดิม 2,500 ล้าน

นายไพโรจน์ สุขจั่น ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท บัวทอง พร็อพเพอร์ตี้ บริษัทบริหารการขายและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์ต่างๆ ยังไม่น่าไว้วางใจ แม้เศรษฐกิจจะมีแนวโน้มดีขึ้น แต่ปัจจัยลบที่สำคัญยังเป็นปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่จะทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากการตัดสินยึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาท ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องเงินเฟ้อและดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มสูงขึ้น จะทำให้กำลังซื้อบ้านอาจลดน้อยลง

ขณะที่ปัจจัยบวก คือ ความชัดเจนการก่อสร้างของโครงการรถไฟฟ้าบางเส้นทาง และสถาบันการเงินเริ่มปล่อยสินเชื่อมากขึ้น

“อยากให้ปัญหาการเมืองจบลงหลังศาลมีคำตัดสินออกมาแล้ว เพราะปัจจุบันทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นภาคประชาชนหรือภาคธุรกิจเบื่อหน่ายกับปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้น เมื่อคำตัดสินของศาลซึ่งถือว่าสิ้นสุดแล้ว ก็อยากจะให้จบกันเสียที” นายไพโรจน์ กล่าว

ทั้งนี้ ได้มีการประเมินกันว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2553จะเริ่มปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นกว่าปี 2552 โดยกำลังซื้อหลักยังคงมาจากผู้บริโภคที่มีความพร้อมและมีความจำเป็นในการซื้อที่อยู่อาศัยเป็นหลัก โดยในไตรมาสแรกของปี 2553 จะมีการเร่งตัดสินใจซื้อจากมาตรการกระตุ้นที่จะสิ้นสุดในวันที่ 28 มี.ค. จึงเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการที่มีที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จในสต็อก หันมาเร่งทำการตลาดกระตุ้นยอดขาย เพื่อระบายสินค้า

นายไพโรจน์ กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาธุรกิจรับบริหารงานขายมีรายได้กว่า 2,700 ล้านบาท แต่เมื่อหักยอดยกเลิกเหลือขายสุทธิ 2,156 ล้านบาท ต่ำจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2,500 ล้านบาท 14% เนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัวและปัญหาการเมือง

อย่างไรก็ตามใกล้ยอดขายถือว่ายังใกล้เคียงกับปี 2551 ที่ทำได้ 2,100 ล้านบาท โดยในครึ่งปีแรกภาพรวมยอดขายตกลงมาก แต่ก็สามารถกระตุ้นและทำยอดขายเพิ่มเติมได้ในครึ่งปีหลัง จนสามารถปิดยอดขายได้มากกว่าปี 2551 เล็กน้อย แต่ยังมียอดการรับรู้รายได้ดีขึ้นกว่าปี 2551 เพราะมีสินค้าค้างโอนในปี 2551 มาโอนในปี 2552

สำหรับปี 2553 เมื่อสถานการณ์ยังไม่น่าวางใจ บริษัทคงตั้งเป้าธุรกิจรับบริหารงานขายและวางแผนการตลาด โดยรักษาเป้าหมายเดิมคือ 2,500 ล้านบาท ตั้งเป้ารับบริหาร 3035 โครงการ ขณะนี้เซ็นสัญญาแล้ว 13 โครงการส่วนบริษัท บัวทอง แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ซึ่งเป็นบริษัทที่พัฒนาโครงการเองมีแผนพัฒนา 4 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 1,000 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการมากขึ้นโดยจะขยายธุรกิจที่เน้นการร่วมทุน และซื้อโครงการที่มีศักยภาพมาพัฒนาต่อ โดยตั้งบริษัท บัวทอง ดีเวลลอปเม้นท์ เข้ามาดูแล

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน