
ตรางูแปลงร่างขึ้นรีจินัล
ปรับโครงสร้างเสริมมืออาชีพ ปั้น3ยี่ห้อดั้งเดิมลุยเปิดเออีซี
ปรับโครงสร้างเสริมมืออาชีพ ปั้น3ยี่ห้อดั้งเดิมลุยเปิดเออีซี
อังกฤษตรางูลบภาพธุรกิจครอบครัว 120 ปี ปัดฝุ่น 3 แบรนด์เก่า “เซนลุกซ์-ควินนา ซัมเมอร์ฮีท” ขึ้นรีจินัลแบรนด์ รับแข่งตลาดอาเซียน
นายอนิรุธ ว่องวานิช ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทอังกฤษตรางู เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างปรับโครงสร้างองค์กรในกลุ่มบริษัทรูปแบบใหม่ในระดับสากล จากเดิมเป็นกิจการครอบครัวและอยู่ในตลาดประเทศไทยมานานกว่า 120 ปี เพื่อก้าวสู่ธุรกิจที่มีความเป็นมืออาชีพ พร้อมขยายการผลิต อาทิ กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยี่ห้อใหม่ จากปีก่อนบริษัทดำเนินกลยุทธ์เอ็มแอนด์เอ เข้าซื้อกิจการใหม่ๆ ไปแล้ว ปัจจุบันมี 6 บริษัทในเครือ โดยโครงสร้างใหม่ของบริษัทคาดพร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการเดือน ก.ค.นี้
ทั้งนี้ ปี 2554 บริษัทได้เปิดโครงการสรรหานักบริหารที่มีความสามารถและประสบความสำเร็จเข้ามาร่วมบริหาร 9 ราย ในด้านการตลาด การบริหาร การจัดการ การบุคคล การขาย การผลิต เป็นต้น โดยโครงการนี้ใช้เวลา 3 ปี แนวทางดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างยั่งยืน จากปัจจุบันคนรุ่นใหม่ หรือทายาทในตระกูลเริ่มสนใจหรือมีแนวทางในการดำเนินในกิจกรรมส่วนตัวมากขึ้น ซึ่งการได้มืออาชีพเข้ามาร่วมบริหารจะช่วยให้องค์กรดำเนินกิจการได้ระยะยาว
สอดคล้องกับแนวทางธุรกิจนับจากนี้ ที่จะใช้ 6 แบรนด์ผลิตภัณฑ์หลักทำตลาดเชิงรุก อาทิ ตรางู สกีโทลีน สการ์แคร์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบรนด์ใหม่ ที่เตรียมเปิดตัวเร็วๆ นี้ ควินนา ซัมเมอร์ ฮีท และเซนลุกซ์ ซึ่ง 3 แบรนด์หลังอยู่ในตลาดไทยกว่า 60 ปี ที่จะปรับโฉมสินค้าและบรรจุภัณฑ์ใหม่ โดยเฉพาะแบรนด์ เซนลุกซ์ ซึ่งเป็นแบรนด์ของคนไทยที่บริษัทจะพัฒนาให้เป็นแบรนด์สินค้าส่วนบุคคล (เพอร์ซันนัลแคร์) ในระดับภูมิภาค หรือ “รีจินัล แบรนด์”ในตลาดอาเซียนเพื่อรับการเปิดเสรีเศรษฐกิจประชาคมอาเซียน(เออีซี) ปี 2558 นี้ จากเดิมทำตลาด 7 ประเทศ ไม่รวมบรูไนกับเวียดนาม ขณะการขยายไปต่างประเทศ บริษัทจะไปในหลายรูปแบบ เช่น เอเยนต์ ตั้งดิสทริบิวเตอร์
“ต่อไปอาเซียนจะเป็นตลาดเดียวกัน ไม่มีกำแพงภาษีกีดกันอีกแล้ว โดย “บริษัทจะขยายตลาดต่างประเทศต่อเนื่อง ด้วยการหาพันธมิตรทั้งเอเยนต์, ดิสทริบิวเตอร์ ส่วนการรับโออีเอ็ม การขยายฐานผลิตต่างประเทศก็มีความเป็นไปได้” นายอนิรุธ กล่าว
บริษัทเตรียมงบตลาดราว 350 ล้านบาท เพื่อจัดกิจกรรมให้ยอดขายโตได้ตามเป้า 10-15% จากปีก่อนรายได้รวม 2,500 ล้านบาท ซึ่งโต 10-15% เช่นกัน แบ่งสัดส่วนรายได้จากในประเทศ 80% และต่างประเทศ 20%







