
กบข.เล็งลุยหุ้น1.5หมื่นล้าน
ตั้ง3ตุ๊กตาดูจังหวะซื้อไทยเทศตัดขายไออาร์พีซี2%เหลือ5%
ตั้ง3ตุ๊กตาดูจังหวะซื้อไทยเทศตัดขายไออาร์พีซี2%เหลือ5%
กบข.พร้อมเข้าลงทุนหุ้นไทยและหุ้นนอกเพิ่ม รวมกันเกือบ 1.5 หมื่นล้านบาท หากสถานการณ์โลกไม่เลวร้าย ทีท่าไม่ดีถอยทันที
น.ส.โสภาวดี เลิศมนัสชัย เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า กบข.ได้แบ่งสมมติฐานที่มีผลต่อการลงทุนปี 2555 ออกเป็น 3 กรณี กรณีเลวร้ายสุดโอกาสเกิด 30% คือ สถานการณ์ในยุโรปเลวร้าย อิตาลีและสเปนต้องเข้าสู่โครงการฟื้นฟูฐานะการเงินและการคลัง สหรัฐถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือ เศรษฐกิจจีนลดลงอย่างรุนแรง เศรษฐกิจโลกชะลอตัวก่อให้เงินทุนไหลเข้าลงทุนในสินทรัพย์มั่นคงสูง
หากออกมาแนวทางนี้ ทาง กบข.จะลดน้ำหนักหุ้นไทยและหุ้นโลกลง 2% และ 3% ตามลำดับ และเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตราสารหนี้ไทยและโลกอีก 3.5% และ 2% ตามลำดับ และลดน้ำหนักในสินค้าโภคภัณฑ์ 0.5%
กรณีฐาน (Base Case) โอกาสเกิด 50% ยุโรปสามารถแก้ปัญหาไม่ให้ลุกลาม สหรัฐไม่ถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือ เศรษฐกิจจีนขยายตัวได้ เงินทุนไหลกลับเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ ทาง กบข.จะยังคงสัดส่วนลงทุนหุ้นระดับเดิมที่ 8% ลดลงทุนหุ้นโลก 1% และเพิ่มลงทุนตราสารหนี้ไทย 1% และคงน้ำหนักลงทุนตราสารหนี้โลกและสินค้าโภคภัณฑ์
ดังนั้น กรณีดีโอกาสเกิด 20% ยุโรปแก้ปัญหาได้เร็ว เศรษฐกิจสหรัฐและจีนโตดีกว่าคาดการณ์ เศรษฐกิจโลกโตได้ในระดับต่ำ เงินทุนไหลกลับเข้าตลาดเกิดใหม่และสินทรัพย์เสี่ยงสูง ซึ่ง กบข.ก็จะเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นไทย 2% หรือ 7,600 ล้านบาท และหุ้นโลก 2% หรือ 7,600 ล้านบาท รวมแล้ว 1.5 หมื่นล้านบาท
“สัญญาเทรดล่วงหน้ารับประกันความเสี่ยงจากการลงทุน (ซีดีเอส) จะเป็นตัวบ่งบอก หากลดต่ำลงจนคลายความกังวลให้กับนักลงทุนสถานการณ์น่าจะดี กบข.พร้อมเข้าไปลงทุน” น.ส.โสภาวดี กล่าว
รัฐบาลมีแนวคิดจะขายหุ้นส่วนหนึ่งในบริษัท ปตท. (PTT) ถือเป็นเรื่องดี จะได้หลุดพ้นจากสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ สามารถดำเนินนโยบายในเชิงเอกชนเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ซึ่งในส่วนของ กบข. ได้มีการลงทุนหุ้น PTT อยู่แล้ว ส่วนหุ้นที่ กบข.ลงทุนในบริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) ยังถืออยู่ เพราะเห็นว่าบริษัทยังมีโอกาสเติบโต แต่ในช่วงราคาดีได้ขายทำกำไรจนสัดส่วนเหลือ 5% เดิม 7%
กบข.เตรียมเข้าลงทุนทางเลือกในต่างประเทศ ประกอบด้วยอสังหาริมทรัพย์ โครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะคัดเลือกที่ปรึกษาลงทุนและเริ่มลงทุนได้ในไตรมาส 3 นี้ และเพิ่มสัดส่วนลงทุนสินค้าโภคภัณฑ์ 1% และขออนุมัติแนวทางลงทุนในนิติบุคคลเอกชน ตั้งเป้าหมายลงทุนครบ 4 ประเภทในปี 2556 สัดส่วน 12% หรือ 4 หมื่นล้านบาท







