
ธปท.ชี้เก็บค่าต๋งเกิน0.4%ฉุดกำไรระบบแบงก์
ธปท.ชี้เก็บเงินแบงก์ใช้หนี้กองทุนฟื้นฟูฯเพิ่มจาก 0.4% จะส่งผลกระทบทำให้กำไรระบบธนาคารพาณิชย์ปีนี้ลดลง
ธปท.ชี้เก็บเงินแบงก์ใช้หนี้กองทุนฟื้นฟูฯเพิ่มจาก 0.4% จะส่งผลกระทบทำให้กำไรระบบธนาคารพาณิชย์ปีนี้ลดลง
นายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า แนวนโยบายการเรียกเก็บเงินนำส่งเงินจากฐานเงินฝากของธนาคารพาณิชย์เพิ่มเติม จากปัจจุบันที่เก็บอยู่ 0.4% ตามร่างพ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. ....เพื่อนำไปชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (กองทุนฟื้นฟูฯ)จะส่งผลกระทบต่อรายได้ผลประกอกบารและกำไรของระบบธนาคารพาณิชย์ในปีนี้ลดลง เนื่องจากธนาคารพาณิชย์มีต้นทุนเพิ่มขึ้นจากการที่ต้องนำส่งเงินสมทบดังกล่าว
"เข้าใจว่าการเก็บเงินนำส่งเพิ่มกระทบผลกำไรแบงก์ลดลงแน่นอน ส่วนในอนาคตแบงก์จะออกผลิตภัณฑ์อื่นๆมาเพื่อหารายได้เพิ่มเติม เป็นการชดเชยผลกระทบจากการนำส่งเงินสมทบหรือไม่ ตอนนี้ถือว่าเร็วเกินไปที่จะคาดการณ์ได้ เนื่องจากพ.ร.ก.โอนหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ยังไม่ได้มีการลงพระบรมนามาภิธัย และยังมีขึ้นตอนอื่นๆที่จะตามมาอีกหลายขั้นตอนก่อนที่จะมีผลปฎิบัติ"นายเกริกกล่าว
นายเกริก กล่าวว่า ส่วนความกังวลเรื่องความได้เปรียบเสียเปรียบในการแข่งขันระหว่างธนาคารพาณิชย์กับธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ เนื่องจากธนาคารเฉพาะกิจของรัฐไม่ต้องมีภาระนำส่งเงินสมทบเข้าสถาบันคุ้มครองเงินฝากหรือเก็บเงินนำส่งเพื่อมาใช้หนี้กองทุนฟื้นฟูฯด้วยนั้น ทางรมว.คลังมีนโยบายชัดเจนแล้วว่า จะใช้วิธีการกำกับดูแลให้ทำธุรกิจตามพันธกิจของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐเป็นสำคัญ เพื่อไม่ให้ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐมาทำธุรกิจแข่งขันสินเชื่อรายใหญ่ และแข่งขันแย่งเงินฝากกับธนาคารพาณิชย์แทน เช่น ให้ปล่อยสินเชื่อในส่วนลูกค้าที่เป็นรายย่อย รากหญ้า และการปล่อยสินเชื่อตามนโยบายรัฐเป็นหลัก เป็นต้น







