
จ๊าก!เศรษฐกิจไทยส่อจมปลักโตแค่1%
กสิกรไทยประเมินเศรษฐกิจไทยในปีนี้มีความเสี่ยงรุมเร้าสูง เลวร้ายสุดโตได้แค่ 1% หากวิกฤตหนี้ยูโรโซนบานปลายจนส่งออกติดลบ 8% ดีสุดโตได้ 4.3%
กสิกรไทยประเมินเศรษฐกิจไทยในปีนี้มีความเสี่ยงรุมเร้าสูง เลวร้ายสุดโตได้แค่ 1% หากวิกฤตหนี้ยูโรโซนบานปลายจนส่งออกติดลบ 8% ดีสุดโตได้ 4.3%
นางวิวรรณ ธาราหิรัญโชติ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย แถลงถึงผลการศึกษาแนวโน้มเศรษฐกิจและการเงินไทยในปีนี้ โดยพบว่าในกรณีที่เลวร้ายที่สุด (Worst Case) เศรษฐกิจไทยอาจเติบโตได้เพียงแค่ 1% เท่านั้น หากวิกฤตหนี้ในประเทศยูโรโซนลุกลามไปยังประเทศขนาดใหญ่ เช่น อิตาลีและสเปน เนื่องจากภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวของไทยจะได้รับผลกระทบโดยตรง กำลังซื้อที่ถดถอยของประเทศยุโรปทำให้การส่งออกขยายตัวติดลบ 8%
นอกจากนี้ วิกฤตหนี้ยูโรโซนจะส่งผลให้ตลาดการเงินภาคในประเทศจะเกิดความผันผวน สภาพคล่องในประเทศจะตึงตัว ค่าเงินบาทจะอ่อนตัวลงอย่างรุนแรง โดยคาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 29-33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
นางวิวรรณ ประเมินว่า จากการวิเคราะห์ตัวเลขต่างๆ พบว่ามีโอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะอยู่ในรูปแบบนี้สูงถึง 40%
นางวิวรรณ กล่าวว่า ในกรณีพื้นฐาน (Base Case) เศรษฐกิจไทยมีโอกาสขยายตัวได้ 4.3% ภายใต้สมมติฐานว่า เศรษฐกิจยุโรปชะลอตัว แต่ไม่ถึงขั้นถดถอย โดยมีสหรัฐและจีนประคองการเติบโตเอาไว้ได้ จะทำให้การส่งออกจะขยายตัวในอัตรา 5% และค่าเงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นจากเงินทุนไหลเข้า ขณะที่สภาพคล่องแม้ว่าจะตึงตัวขึ้น แต่ยังสามารถบริหารจัดการได้ ซึ่งมีโอกาสที่เศรษฐกิจจะอยู่ในรูปแบบนี้สูง 50%
สำหรับภาคการเงินนั้น คาดว่าสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์โดยรวมจะเติบโตขึ้น 9-12% ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวภายหลังภาวะน้ำท่วมและนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ทั้งจากมาตรการจำนำข้าว การปรับขึ้นค่าจ้างและเงินเดือนขั้นต่ำ การลดภาษีนิติบุคคล โครงการบ้านหลังแรกและรถยนต์คันแรก อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามแผนการ บริหารหนี้สินของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน







